หน้าแรก | จองที่พักออนไลน์ | สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้เข้าชม : 7398450 คน | พฤหัสบดี 17 เมษายน 2557  
     
 
ข่าวจากพื้นที่อนุรักษ์
การสืบสานประเพณีสงกรานต์ชองอุทยานแห่งชาติเขาสก 12-16 เมษายน 2557
[16 เม.ย. 2557]
อุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์
[12 เม.ย. 2557]
การตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการส่วนอุทยานฯ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์
[9 เม.ย. 2557]
อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ร่วมรณรงค์ "แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กิจกรรมลดมลภาวะฝุ่นละอองจากหมอกควัน " ประจำปี 2557
[8 เม.ย. 2557]
อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ร่วมรณรงค์ "ล้างส้วมพร้อมกัน รับวันสงกรานต์ " ประจำปี 2557
[8 เม.ย. 2557]
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเพื่่อปฎิบัติภารกิจบริหารจัดการการควบคุมไฟป่าและควันไฟ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
[8 เม.ย. 2557]
button ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาแม่ฮ่องสอนเพื่่อปฎิบัติภารกิจบริหารจัดการการควบคุมไฟป่าและควันไฟ
[6 เม.ย. 2557]
button อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อได้จัดกิจกรรมรณรงค์"ล้างส้วมพร้อมกัน..รับวันสงกรานต์"
[5 เม.ย. 2557]
button ผู้อำนวยการส่วนอุทยาน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ
[1 เม.ย. 2557]
button ทื่มสื่อความหมายธรรมชาติอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อออกจัดกิจกรรมรอบๆแนวเขตอุทยานฯ
[11 ก.พ. 2557]
 
     

     
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย
 
     

     
 
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว
 
     

     
 
กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม เอกสารเผยแพร่
button ประกาศกำหนดเวลา เข้า-ออก อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน
[2 ธ.ค. 2556]
button อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานหน่วยงานภาคสนาม สบอ. 10 (อุดรธานี) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2556
[18 มิ.ย. 2556]
button กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปรับปรุงอัตราค่าบริการสำหรับยานพาหนะที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในการชำระค่าบริการ และเป็นการรองรับรูปแบบการพัฒนาการชำระค่าบริการในอนาคต
[3 มิ.ย. 2556]
button ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ทิศทางการจัดการอุทยานแห่งชาติแนวใหม่ เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทอุทยานแห่งชาติแบบบูรณาการ
[31 พ.ค. 2556]
button ขออนุมัติหลักการเบิกจ่ายค่าตอบแทนกรรมการผู้อ่าน ตรวจและประเมินผลงาน
[18 มี.ค. 2556]
button อุทยานแห่งชาติแม่ยม
[18 ก.พ. 2556]
button ประชาสัมพันธ์เขตบริการ สำหรับกิจกรรมการดำน้ำลึกในเขตอุทยานแห่งชาติ
[11 ก.พ. 2556]
button การแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS
[16 ม.ค. 2556]
button คู่มือการค้นหาและกู้ภัยภาคป่า ภูเขา (Wilderness Search And Rescue) (4)
[15 ม.ค. 2556]
button คู่มือการค้นหาและกู้ภัยภาคป่า ภูเขา (Wilderness Search And Rescue) (3)
[15 ม.ค. 2556]
 
     
เขาใหญ่ (Khao Yai)

ที่ตั้งและแผนที่
ที่อยู่ : ตู้ปณ. 9 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง
จังหวัดนครราชสีมา 30130

โทรศัพท์ : 08 6092 6527, 08 6092 6529, 08 6092 6531
โทรสาร : 0 3735 6037

อีเมล: ky_kynp@hotmail.com

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายกฤษฎา หอมสุด

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับสมญานาม
ว่าเป็น อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่
สำคัญของโลก โดยได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจาก Dr. George C. Ruhle ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน
อุทยานแห่งชาติของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งได้
ดำเนินการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินบริเวณป่าเขาใหญ่
ในท้องที่ตำบลป่าขะ ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา ตำบลหนองแสง ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี
ตำบลสาริกา ตำบลหินตั้ง ตำบลพรหมมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ตำบลประจันตคาม อำเภอ
ประจันตคาม ตำบลสัมพันตา ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตำบลหมูสี อำเภอ
ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และตำบลมวกเหล็ก ตำบลซำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
ให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2502 ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 79 ตอนที่ 86 ลงวันที่
18 กันยายน 2505 รวมเนื้อที่ 1,355,468.75 ไร่ หรือ 2,168.75 ตารางกิโลเมตร


ต่อมากองทัพอากาศได้มีหนังสือที่ กศ 0379/15739 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2519 ถึง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอกันพื้นที่ก่อสร้างสถานีเรดาร์ และสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคม ออก
จากพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2520 ลง
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2520 เห็นชอบให้กันพื้นที่ส่วนดังกล่าวได้ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกา เพิกถอน
อุทยานแห่งชาติป่าเขาใหญ่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พ.ศ. 2521
ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 95 ตอนที่ 99 ลงวันที่ 21 กันยายน 2521 เป็นเนื้อที่
ประมาณ 71 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา หรือ 0.1149 ตารางกิโลเมตร และกรมชลประทาน กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ขอใช้พื้นที่บางส่วนในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในท้องที่อำเภอปากพลี และ
อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เนื้อที่ 1,925 ไร่ 1 งาน 73 ตารางวา หรือ 3.0807 ตารางกิโลเมตร เพื่อ
ก่อสร้างโครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์ในการจัดแหล่งเก็บกัก
น้ำใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภค ตลอดจนการเพาะปลูก รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขต
จังหวัดนครนายกเป็นประจำทุกปี คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ทำการก่อสร้างโครงการเขื่อนคลอง
ท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนอุทยานแห่งชาติป่าเขาใหญ่
บางส่วนในท้องที่ตำบลหินลาด อำเภอปากพลี และตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัด
นครนายก โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 119ก ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2542 จึง
เป็นผลให้ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 1,353,471.53 ไร่ คิดเป็น 2,165.55 ตาราง
กิโลเมตร

ขนาดพื้นที่
1353471.50 ไร่

หน่วยงานในพื้นที่
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.1 (ด่านตรวจศาลเจ้าพ่อ)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.2 (ผากระดาษ)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.3 (ตะเคียนงาม)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.4 (คลองปลากั้ง)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.5 (กม.80)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.6 (บุพราหมณ์ใน)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.7 (ลำพระยาธาร)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.8 (ว่านเหลือง)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.9 (ใสใหญ่)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.10 (ประจันตคาม)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.11 (คลองเพกา)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.12 (เนินหอม)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.13 (นางรอง)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.14 (วังรี)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.15 (ชะอม)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.16 (มวกเหล็กใน)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.17 (กลางดง)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.18 (เจ็ดคต)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.19 (ผากล้วยไม้)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.20 (น้ำตกเหวนรก)
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.21 (เขื่อนคลองท่าด่าน)

ภาพแผนที่

ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วย เทือกเขาสลับซับซ้อนกัน ได้แก่ เขาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาสูง 1,351 เมตรจากระดับน้ำทะเล รองลงมาได้แก่ เขาแหลม 1,326 เมตร , เขาเขียว 1,292 เมตร , เขาสามยอด 1,142 เมตร และเขาฟ้าผ่า 1,078 เมตร ด้านทิศเหนือและตะวันออกพื้นที่จะลาดลง ทิศใต้และตะวันตกเป็นที่สูงชัน อันเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญ 5 สาย ดังนี้

- แม่น้ำปราจีน และแม่น้ำนครนายก อยู่ทางทิศใต้ของพื้นที่ มีความสำคัญต่อเกษตรกรรมและระบบทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้งสองจะมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำบางปะกง

- ลำตะคอง และลำพระเพลิง อยู่ทางทิศเหนือไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ราบสูงโคราช ไปบรรจบกันเป็นแม่น้ำบางปะกง

- ห้วยมวกเหล็ก อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์ของภูมิภาคนี้ ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสักที่อำเภอมวกเหล็ก

ลักษณะภูมิอากาศ
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีสภาพป่าที่รกทึบ และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทำให้เกิดฝนตกชุกตามฤดูกาล อากาศไม่ร้อนจัด และหนาวจัดจนเกินไป เหมาะแก่การท่องเที่ยวและประกอบกิจกรรมนันทนาการชนิดต่างๆ อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ประมาณ 28 องศาเซลเซียส ในเืดือนธันวาคมและเดือนมกราคม มีอุณหภูมิประมาณ 17 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เท่ากับ 66 เปอร์เซ็นต์

- ฤดูร้อน : แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวกว่าในที่อื่น แต่ที่เขาสูงบนเขาใหญ่อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน

- ฤดูฝน : เป็นช่วงที่สภาพธรรมชาติ ป่าไม้ และทุ่งหญ้าเขียวขจี สวยงาม น้ำตกต่างๆจะมีสายน้ำที่ไหลหลากและเชี่ยวกราก

- ฤดูหนาว : ช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวมากที่สุด อากาศค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะบริเวณเขาสูง

ปริมาณน้ำฝน
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วัดได้ 2,270 มิลลิเมตร ที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนมากที่สุดอยู่บริเวณลุ่มน้ำคลองท่าด่าน ซึ่งเป็นบริเวณด้านทิศใต้ของเขาเขียวและเขาร่ม โดยวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 3,000 มิลลิเมตรต่อปี ส่วนบริเวณที่รับน้ำฝนน้อยที่สุดคือ พื้นที่ด้านล่างสุดของทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ โดยมีฝนตกเฉลี่ยต่อปี 1,600 มิลลิเมตร หรือน้อยกว่า โดยปกติฝนจะตกมากที่สุดระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ส่วนช่วงที่ปริมาณน้ำฝนน้อยที่สุด คือ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม โดยมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยประมาณเดือนละ 15 มิลลิเมตร

พืชพันธุ์และสัตว์ป่า
ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,229,789.63 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 91.47 ของพื้นที่ มีพันธุ์ไม้จำนวนมากถึง 2,000 - 3,000 ชนิด ทั้งนี้เพราะพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีขนาดใหญ่ เป็นจุดรวมการแพร่กระจายพันธุ์ของพืชต่างๆ
มีความหลากหลายของชนิดพรรณพิชดังนี้
- พรรณไม้ จำนวน 209 ชนิด
- กล้วยไม้ จำนวน 120 ชนิด
- ไลเคน จำนวน 108 ชนิด

- ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest)
อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป พบที่บริเวณเขาเขียว วึ่งอยู่ตอนกลางของอุทยาน มีพื้นที่ประมาณ 21,938.71 ไร่ หรือร้อยละ 1.63 ของพื้นที่ป่าทั้งหมด ไม้ที่พบเป็นไม้เนื้ออ่อน เช่น พญาไม้ มะขามป้อมดง ขุนไม้ และสนสามพันปี มีไม้จำพวกก่อขึ้นอยู่ด้วย ได้แก่ ก่อน้ำ และก่อด่าง ตามสันเขายังพบพรรณไม้พวกกำลังเสือโคร่ง
ไม้ชั้นรองของป่าดิบเขาประกอบด้วย เก็ดส้าน ส้มแปะ แกนมอ เพลาจังหัน และหว้า พืชชั้นล่างเป็นพวกไม้พุ่มชนิดต่างๆ เช่น กาลังกาสาตัวผู้ นอกจากนี้ยังมีกูด และกล้วยไม้ดินหลายชนิด ตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้ป่าดิบเขา จะถูกปกคลุมด้วย กล้วยไม้ และตะไคร่น้ำต่างๆ

- ป่าดิบชื้น (Moist Evergreen Forest)
อยู่ในระดับความสูง 400 - 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดของอุทยาน คือ 892,162.48 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 66.36 ของพื้นที่ป่าทั้งหมด ริมลำธารจะมีหวายและเฟิร์นขึ้นอยู่เป็นกลุ่ม สูงขึ้นไปจะมีไม้ยาง และไม้ชั้นบน เช่น เคี่ยมคะนอง ปรก บรมือ ไม้ชั้นรอง ได้แก่ ก่อต่างๆ

- ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest)
อยู่ในระดับความสูง 200 - 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีพื้นที่ประมาณ 1,192.88 ไร่ หรือร้อยละ 0.9 ของพื้นที่ป่าทั้งหมด ไม้ชั้นบน ได้แก่ ยางนา พันจำ เคี่ยมคะนอง ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน ตะแบกใหญ่ สมพง สองสลึง ปออีเก้ง เป็นต้น ไม้ยืนต้นชั้นรอง เช่น กะเบากลัก กัดลิ้น พืชจำพวกปาล์ม เช่น หมากลิง และลาน พืชชั้นล่างประกอบด้วย มะพร้าว นกคุ้ม พวกขิง ข่า และเตย เป็นต้น

- ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest)
พบในระดับความสูงประมาณ 400 - 600 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีพื้นที่โดยประมาณ 185,275.91 ไร่ หรือร้อยละ 13.78 ของพื้นที่ป่าทั้งหมด ปรากฏส่วนใหญ่ในทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยไม้ยืนต้นผลัดใบ เช่น มะค่าโมง ประดู่ ตะแบก ตะเคียนหนู แดง เป็นต้น พืชชั้นล่างมี ไม้ไผ่ และหญ้าต่างๆ ตามพื้นป่าจะมีหินปูนผลุดขึ้นทั่วๆไป ในฤดูแล้งป่าชนิดนี้จะมีไฟไหม้ลุกลามอยู่เสมอ จะสังเกตได้จากมีไผ่ป่า เป็นปริมาณมากตามลาดเขาและกล้วยป่าขึ้นหนาแน่นตามหุบห้วย

- ป่าเต็งรัง
ขึ้นอยู่บนเขาสมอปูน ที่มีลักษณะเป็นที่ราบบนสันเขาผสมพลาญหิน พรรณพืชที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง และยางกราด

- ทุ่งหญ้าและป่ารุ่นสอง
มีพื้นที่ประมาณ 70.15 ไร่ และ 129,219.65 ไร่ ตามลำดับ สภาพป่าเช่นนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำไร่เลื่อนลอยในอดีต เพราะก่อนหน้าที่จะมีการประกาศพื้นที่นี้เป็นอุทยานแห่งชาติ ได้มีประชาชนอพยพขึ้นไปอาศัยอยู่ จึงได้เกิดสภาพป่าเช่นนี้ขึ้น ตามทุ่งหญ้านั้นพืชส่วนใหญ่เป็นหญ้าคา มีหญ้าแขม หญ้ากง หญ้าผลตาช้าง และหญ้าโขมงขึ้นแทรก นอกจากนี้ก็มีผีกกูดบางชนิดที่ชอบขึ้นตามบริเวณที่ถูกไฟไหม้เป็นประจำ เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากที่ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติมาได้เป็นเวลากว่า 10 ปีนั้น ทุ่งหญ้าบางแห่งที่ได้ป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้ามาไหม้นั้น ได้กลับฟื้นขึ้นมาเป็นสภาพป่าละเมาะ ซึ่งในกาลต่อไปย่อมจะฟื้นกลับขึ้นเป็นป่าได้ดังเดิม สำหรับตามสองข้างถนนนั้น เนื่องจากไม่มีการก่อสร้างขยายวงออกไป จึงได้มีพันธุ์ไม้โตเร็วชนิดต่างๆ ขึ้นปกคลุม เช่น ไม้ตองแตม และปอหู เป็นต้น

ส่วนในด้านของสังคมสัตว์ ด้วยสภาพป่าที่มีความหลากหลาย เป็นแหล่งพักพิงอาศัย และแหล่งอาหาร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จึงชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ดังนี้

- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
มีประมาณ 71 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบเห็นได้บ่อยและเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ได้แก่ ช้างป่า เก้ง กวาง เป็นต้น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ และเป็นชนิดที่สำคัญขอลอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้แก่ ช้างป่า เสือโคร่ง เสือลายเมฆ กระทิง ชะนีมือขาว และชะนีมงกุฎ เป็นต้น
ช้างป่า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สำคัญมากชนิดหนึ่งของเขาใหญ่ และเป็นที่สนใจของบรรดานักท่องเที่ยวผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก มักพบอยู่เป็นโขลง โขลงละ 5-7 ตัว บางครั้งอาจพบถึง 30 ตัว โดยมีจ่าโขลงเป็นช้างพัง ส่วนช้างพลายชอบอาศัยและออกหากินตามลำพัง ยกเว้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์ โขลงช้างมักมีการเคลื่อนย้ายเพื่อออกหาอาหารเป็นระยะทางไกลๆ และมีอาณาเขตกว้างขวางมาก อาหารที่ช้างโปรดปราน ได้แก่ ไผ่ ขิง กล้วยป่า หญ้า เป็นต้น ทางเดินของช้างมีประโยชน์ช่วยทำให้เกิดทางเดินธรรมชาติที่สานต่อกันเป็นโครงข่ายคล้ายร่างแห สามารถใช้ประโยชน์ในการลาดตระเวนของพนักงานพิทักษ์ป่า เป็นทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยว จำนวนช้างป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เชื่อกันว่ามีอยู่ราวๆ 140 - 200 ตัว
สัตวืกีบ ที่พบโดยทั่วไปในอุทยาน ได้แก่ กวางป่า เก้ง กระทิง หมูป่า และเลียงผา ในจำนวนสัตว์กีบเหล่านี้ กวางป่า นับว่าเป็นจุดสนใจมากสำหรับนักท่องเที่ยว ในตอนเย็นจนถึงหัวค่ำ กวางและเก้งมักจะออกมาเล็มหญ้าบริเวณทุ่งหญ้าริมถนน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และใช้สปอร์ตไลท์ส่องจากรถในเวลากลางคืน ส่วนหมูป่าและกระทิง มักจะอาศัยอยู่ในป่าลึก หากินในบริเวณทุ่งหญ้าเก่า กระทิงในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วพื้นที่ แต่มีความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ และไม่มีผู้ใดทราบจำนวนที่แน่นอน
สัตว์จำพวกลิงและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ที่พบในอุทยาน ได้แก่ ชะนีมือขาว และชะนีมงกุฎ ปกติชะนีทั้งสองชนิดนี้จะแยกกันอยู่ โดยมีอาณาเขตเป็นอิสระต่อกัน แต่ในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อาจพบอยู่รวมกัน มีคณะผู้สำรวจพบชะนีมือขาวอาสัยอยู่ในป่าบริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ และศูนย์ฝึกอบรมที่ 2 (เขาใหญ่) เป็นจำนวนมากถึง 4 ฝูงต่อตารางกิโลเมตร เฉลี่ยฝูงหนึ่งมี 4 ตัว ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก โดยทั่วไปสามารถพบเห็นได้ตามชายป่า และจากทางเท้าในป่า จากการร้องประสานเสียงประกอบกับการปีนป่ายห้อยโหน ลิงกัง สามารถพบเห็นทั่วไปในป่าอยู่เป็นฝูงอาจมีจำนวนมาก 90 ตัว และมักพบในบริเวณป่าที่ติดกับถนน นางอาย แม้ว่าจะมีอยู่ทั่วไป แต่มักต้องใช้ไฟส่องและมีสายตาที่ไวมากจึงจะมองเห็นได้
สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ได้แก่ กระรอก (รวมทั้งพญากระรอกดำ) และชะมดชนิดต่างๆ ชะมดพบเห็นได้ง่ายตามข้างถนนในยามค่ำคืน หมีขอ บางครั้งพบกำลังนอนหลับบนยอดไม้สูงในตอนกลางวัน แมวลายและแมวลายหินอ่อน ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก นานๆครั้งจะเห็นวิ่งข้ามถนนในเวลากลางคืน นอกจากนั้นยังพบว่ามี หมีควาย และ หมาใน แต่จะปรากฏตัวให้เห็นเฉพาะบางครั้งเท่านั้น

- สัตว์เลื้อยคลาน (Reptile) มีประมาณ 48 ชนิด ที่พบเห็นโดยทั่วไปได้แก่ กิ้งก่าสวน จิ้งเหลนหลากหลาย และงูเขียวหางไหม้ ส่วนงูเห่า และงูจงอาง มีปรากฏให้เห็นบ้างในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพุ่มไม้ชั้นล่าง

- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibian) ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพวก กบ ชนิดต่างๆ เช่น กบนา กบหนอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบสัตว์ในกลุ่มอึ่งจิ๋ว เช่น อึ่งขาดำ อึ่งจิ๋ว เป็นต้น

- นก
มีไม่ต่ำกว่า 340 ชนิด ที่น่าสนใจ ได้แก่ นกเงือกกรามช้าง นกกก นกเงือกสีน้ำตาล นกแก๊ก นอกจากนี้ยังมี นกโกโรโกโส นกพญาไฟ นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน นกขุนแผน ฯลฯ



การเดินทาง
สำหรับการเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ

- เส้นทางที่ 1
จากกรุงเทพฯ ถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต ประตูน้ำพระอินทร์ สระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ก่อนถึงอำเภอปากช่อง บริเวณ กม. 56 ชิดซ้ายขึ้นสะพานลอยไปตามถนนธนะรัชต์ทางหลวงหมายเลข 2090 ถึง กม. 23 จะพบด่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ รวมระยะทางประมาณ 205 กิโลเมตร

- เส้นทางที่ 2
จากกรุงเทพฯ ถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาบริเวณรังสิต เข้าทางหลวงหมายเลข 305 สู่ตัวเมืองนครนายก แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ถึงสี่แยกศาลนเรศวรเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางปราจีนบุรี - เขาใหญ่ ผ่านด่านตรวจค่าธรรมเนียมบริเวณเชิงเขาแล้วเดินทางต่อ จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร

แผนที่เส้นทาง
แผนที่เส้นทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ภาพทิวทัศน์
ความสวยงามของน้ำตกเหวสุวัต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

แผนที่ผังบริเวณ
ผังรวมเขาใหญ่
ผังบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ผังบริเวณบ้านพักทิวทัศน์
ผังบริเวณกลุ่มอาคารสุรัสวดี
ผังบริเวณบ้านพักธนะรัชต์
ผังบริเวณที่กางเตนท์ลำตะคอง
ผังบริเวณผากล้วยไม้
แผนที่สังเขปแสดงบริเวณที่พักอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
แผนที่ผังบริเวณ

สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์

สถานที่ท่องเที่ยว