หน้าแรก | จองที่พักออนไลน์ | สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้เข้าชม : 14908546 คน | อังคาร 21 พฤศจิกายน 2560  
     
 
ข่าวจากพื้นที่อนุรักษ์
ร่วมประชุมติดตามการค้าชาย แดนไทย-เมียนมา ของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ณ ห้องรับรอง ชั้น4 ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
[17 พ.ย. 2560]
ย้อมสีสันต์พันธุ์ไม้ป่าคืนถิ่น อุทยานแห่งชาติตาดโตน
[15 พ.ย. 2560]
ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สร.1 (น้ำตกแม่สุรินทร์) เพื่อเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
[13 พ.ย. 2560]
หัวหน้าอุทยานฯพร้อมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เข้าร่วมพิธีเปิดเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ ประจำปี 2560
[13 พ.ย. 2560]
button อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ประชุมประจำเดือน ตุลาคม 2560
[9 พ.ย. 2560]
button อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า(คปอ)ณอำเภอปางมะผ้า
[9 พ.ย. 2560]
button อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อร่วมกับ ทหาร สำนักงานปศุสัตว์ ตชด. 336 ประชุมติดตามสถานการณ์การนำสินค้าผ่านแดน เข้าช่องทางบ้านดอยแสง ตาม ม. 5 ทวิ ของศุลกากร หลังจากทางอุทยานแห่งชาติถ้ำปลาฯ ได้ห้ามนำสินค้าผ่านแดนเข้ามาตามช่องทางดังกล่าว
[9 พ.ย. 2560]
button อุทยานถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อขอแนะนำ 🕊️หงส์🕊️ที่ ปางอุ๋ง
[3 พ.ย. 2560]
button อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อเชิญชวนลอยกระทง ณ ปางอุ๋ง
[2 พ.ย. 2560]
button อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อจัดทำPlat Form
[2 พ.ย. 2560]
 
     

     
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย
 
     

     
 
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว
 
     

     
 
กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม เอกสารเผยแพร่
คู่มือมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ประเภทถ้ำ
[15 พ.ย. 2560]
button ซักซ้อมการรายงานข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยว ยานพาหนะ และเงินรายได้ในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยว
[30 ธ.ค. 2559]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2560.
[29 ธ.ค. 2559]
button คำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 2698/2559 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยว
[20 ธ.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ เรื่อง รายละเอียดแบบสำรวจห้องน้ำ-สุขา
[13 ต.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ
[29 ก.ย. 2559]
button แบบฟอร์ม แบบจัดทำข้อมูลกรอบความต้องการงบลงทุน
[22 ก.ค. 2559]
button แบบฟอร์มสำรวจข้อมูลครุภัณฑ์เรือที่ใช้ประจำอุทยานแห่งชาติ
[29 มิ.ย. 2559]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง การปรับลดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
[1 มิ.ย. 2559]
button สำนักอุทยานแห่งชาติ สามารถประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติได้อีก 1 แห่ง คือ "อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน"
[25 เม.ย. 2559]
 
     
น้ำตกพลิ้ว (Namtok Phlio)

ที่ตั้งและแผนที่
สถานที่ติดต่อ : 41 หมู่ 12 ต. พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี 22190 และครอบคลุมพื้นที่
อ.เมือง อ.แหลมสิงห์ อ.มะขาม และ
อ.ขลุง จ.จันทบุรี

โทรศัพท์ : 0 3943 4528 (VoIP)
โทรสาร : 0 3943 4528 (VoIP)

อีเมล : namtokphlio_np@hotmail.com

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายพิทักษ์ อินทศร
ตำแหน่ง : เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส

อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ คือ น้ำตกพลิ้วที่สวยงาม มีน้ำตกตลอดปี เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอดสายทำให้สะดวกสบายในการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ มีเนื้อที่ประมาณ 134.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 84,062.50 ไร่

ความเป็นมา : ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กำหนดป่าเขาสระบาป จังหวัดจันทบุรี และป่าอื่นๆ ในท้องที่จังหวัดต่างๆ รวม 14 ป่า เป็นอุทยานแห่งชาติ ในขั้นแรกกรมป่าไม้ได้กำหนดพื้นที่ที่ดินป่าน้ำตกพลิ้ว-เขาสระบาป ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2505 ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พุทธศักราช 2481 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2504 และในปี พ.ศ. 2515 ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงบริเวณน้ำตกพลิ้ว จัดตั้งเป็นวนอุทยานน้ำตกพลิ้ว อยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานป่าไม้จังหวัดจันทบุรี

ในคราวประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2517 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2517 ได้มีมติให้รีบดำเนินการประกาศพื้นที่ป่าที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 เป็นอุทยานแห่งชาติโดยเร็ว และจังหวัดจันทบุรีได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ จบ.09/1401 ลงวันที่ 31 มกราคม 2517 ขอให้กรมป่าไม้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำวนอุทยานน้ำตกพลิ้ว เพื่อปรับปรุงให้เป็นไปตามหลักการจัดการวนอุทยาน ประกอบกับในปี 2517 กองอุทยานแห่งชาติมีแผนงานจัดบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นในเดือนมีนาคม 2517 กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งที่ 360/2517 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2517 ให้นายสินไชย บูรณะเรข นักวิชาการป่าไม้ตรี และนายประชุม ตัณยะบุตร พนักงานโครงการชั้น 2 ไปทำการสำรวจหาข้อมูลบริเวณป่าน้ำตกพลิ้ว เขาสระบาป ในท้องที่จังหวัดจันทบุรี ปรากฏว่า บริเวณดังกล่าวประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำลำธาร เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ ตามหนังสือรายงานผลการสำรวจ ที่ กส 0708(อส)/7 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2517

กรมป่าไม้ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในคราวประชุมครั้งที่ 6/2517 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2517 เห็นชอบให้กำหนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าน้ำตกพลิ้ว-เขาสระบาป ในท้องที่ตำบลพลับพลา ตำบลคลองนารายณ์ ตำบลคมบาง อำเภอเมืองจันทบุรี ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม และตำบลมาบไพ ตำบลวังสรรพรส ตำบลตรอกนอง ตำบลซึ้ง ตำบลตะปอน ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 87 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2518 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 11 ของประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า " อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป "

ต่อมานายผจญ ธนมิตรามณี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป ได้มีหนังสือ ที่ กษ 0708 (สบ)/พิเศษ ลงวันที่ 1 มีนาคม 2525 ขอเปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาติเขาสระบาปเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เนื่องจากน้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติเป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนโดยทั่วไปเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในคราวประชุมครั้งที่ 3/2525 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2525 เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อเป็น " อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว "

ขนาดพื้นที่
84062.50 ไร่

หน่วยงานในพื้นที่
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ พล.1 (น้ำตกตรอกนอง)
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ พล.2 (บ้านอ่าง)
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ พล.3 (น้ำตกคลองนารายณ์)
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ พล.4 (น้ำตกมะกอก)
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ พล.5 (กงสีไร่)
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว ที่ พล.6 (น้ำตกคลองลาง)
- หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว ที่ พล.7 (เขาอ่าง)

ภาพแผนที่

ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่ในช่วง 20-924 เมตร ค่อย ๆ ลาดลงไปทางทิศใต้ มีที่ราบแคบ ๆ ทั่วไปบริเวณไหล่เขา พื้นที่มีความลาดชันสูง จุดสูงสุดของพื้นที่อยู่ยอดเขามาบหว้ากรอก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 924 เมตร ลักษณะทางธรณีวิทยาส่วนที่เป็นหิน ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนีประเภทหินแกรนิต ในบริเวณตอนกลางของพื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน ที่ประกอบไปด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่มีลำห้วยเล็ก ๆ หลายสาขา ที่มีน้ำไหลตลอดปี เช่น คลองนารายณ์ คลองพลิ้ว คลองตรอกนอง คลองมะกอก คลองซึ้ง คลองขลุง กระจายอยู่รอบพื้นที่ตอนกลางของพื้นที่เป็นสันเขาสูงชัน


ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะอุตุนิยมวิทยาโดยทั่วไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลลมมรสุม ซึ่งมีระบบการพัดเวียนประจำเป็นฤดูกาล โดยพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลมที่พัดมาจากประเทศจีน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมพาพันธ์ ทำให้เกิดฤดูหนาวซึ่งไม่ถึงกับหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.6 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 23.2 องศาเซลเซียส ลมมรสุมอีกชนิดหนึ่ง คือ ลมมรสุมตะวันออกตกเฉียงใต้ พัดมาจากมหาสมุทรจะพัดพาเอาความชื้นและไอน้ำจากทะเลเข้ามาทำให้เกิดฤดูฝน อากาศชุ่มชื้นและมีฝนตกชุกปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีค่อนข้างสูงมากกว่า 2,000 มิลลิเมตรต่อปี และในช่วงเปลี่ยนฤดูลมมรสุมตั้งแต่เดือนมีนาคม – เดือนเมษายน จะเป็นฤดูร้อน ซึ่งอากาศจะร้อนอบอ้าวก่อนที่จะเริ่มฤดูฝนต่อไปในเดือนพฤษภาคม

พืชพรรณและสัตว์ป่า
1. เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชสภาพเป็นป่าดิบชื้นมีปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปีกว่า 2,000 มิลลิเมตร (อุณหภูมิสูงสุดมากกว่า 30 องศาเซลเซียส) เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้หลายชนิดในป่าดิบชื้นของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ที่มีความหลากหลายสามารถแบ่งตามชั้นเรือนยอดได้ ดังนี้

*เรือนยอดชั้นบนเป็นยอดที่ปกชั้นบนสุดของป่า ไม้มีขนาดสูงใหญ่การกระจายปกคลุมพื้นที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ไม้เด่นได้แก่ พุงทะลาย (Scaphium macropodum), เคี่ยมคะนอง (Shozea henryana), พนอง (S.hypochra), ตะเคียนหิน (Hopea ferrea), ยางแดง (Dipterocarpus turbinatus) เป็นต้น
ไม้ชั้นนี้มีความหนาแน่นสูงกว่าไม้ชั้นบนมาก การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ชั้นบนมีเพียง 60 เปอร์เซ็นต์ ความสูงเฉลี่ยประมาณ 19 เมตร มีความหลากหลายชนิดมากกว่าไม้ชั้นบน ชนิดพันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ คอเหี้ย (Xerospermum intermedium), กฤษณา (Aquiloaria crassna), เหมือดคนตัวแม่ (Helicia excelsa), หย่อง (Archidendron quocense), นู้ดต้น (Prunus arborea var.montana), กระท้อน (Sandoricum indicum) เป็นต้น รวม 28 ชนิด นอกจากนี้ตามลำต้นของไม้ชั้นนี้พบพืชอิงอาศัยหลายชนิดเกาะอยู่บนลำต้นและกิ่งก้าน ได้แก่ ชายผ้าสีดา , กระแตไต่ไม้ , ข้าหลวงหลังลาย , ย่านลิ้นควาย , เกล็ดนาคราช นอกจากนี้ยังพบพืชในวงศ์กล้วยไม้โดยเฉพาะเหลืองจันทบูร ที่มีรูปทรงสวยงามและมีสีสันสดใส (มีถิ่นกำเนิดบริเวณจังหวัดจันทบุรี) พืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในสังคมป่าดิบก็คือ กลุ่มไม้เถาว์ ได้แก่ พญาปล้องทอง , เถาว์คัน , กำแพงเจ็ดชั้น และพืชจำพวกหวาย เป็นต้น

*เรือนยอดชั้นล่าง เป็นชั้นที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าไม้ชั้นรองความสูงไม่เกิน 5 เมตร ชนิดพันธุ์ไม้ส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกไม้ของไม้ชั้นรองมีพันธุ์ไม้ประมาณ 36 ชนิด นอกจากนี้ยังมีไม้คลุมพื้นป่าอีกหลายชนิดที่ขึ้นปะปนด้วยสภาพป่าที่มีความหนาแน่นของชั้นเรือนยอด จึงช่วยในการปกคลุมดินช่วยลดการพังทลายของหน้าดินช่วยเก็บกักความชื้น และให้น้ำถูกเก็บสะสมไว้ในดินได้เป็นอย่างดี ทำให้มีศักยภาพในการระบายน้ำออกสู่ลำธารได้ตลอดทั้งปี


2. เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่า
พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วมีสภาพป่าดงดิบชื้นที่สมบูรณ์มาก แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบมีถนนแอสฟัลส์ทางหลวงท้องถิ่นล้อมรอบพื้นที่ ผืนป่าแห่งนี้ไม่ติดต่อกับป่าอนุรักษ์แห่งอื่น จึงทำให้เกิดระบบนิเวศของสัตว์ที่จำกัดเขตอยู่ในพื้นที่ มีนกประจำถิ่นเป็นจำนวนมากที่สำคัญ เช่น ไก่ฟ้าหลังเงินจันทบูรณ์ ตลอดจนสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของป่าดงดิบชื้นหลายชนิด เช่น ชะนีมงกุฎ เป็นต้น เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ เลียงผา (Naemorhecus sumatraensis)

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม (Mammals)
พบรวม 9 อันดับ 22 วงศ์ 38 ชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 12 ชนิด ชนิดสัตว์ที่พบมากที่สุด เป็นพวกสัตว์ฟันแทะในอันดับ Rodentia มีจำนวน 8 ชนิด รองลงมาได้แก่ พวกค้างคาว ในอันดับ Chiroptera มีจำนวน 7 ชนิด พวกสัตว์กินเนื้อหรือผู้ล่าในอันดับ Carnivora ที่มีในรายงานการศึกษามากที่สุดจำนวน 11 ชนิด แต่สำรวจพบโดยตรงเพียง 4 ชนิด พวกสัตว์กินพืชหรือพวกสัตว์กีบมีพบเฉพาะสัตว์กีบคู่ในอันดับ Artiodactyla มี 4 ชนิด พวกลิงค่าง ในอันดับ Primate สำรวจโดยตรง 4 ชนิด นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความหลากชนิดในแต่ละวงศ์ แต่ละอันดับน้อย ได้แก่ ลิ่นชวา ในอันดับ Pholidota วงศ์ Manidae หนูผีจิ๋ว ในอันดับ Insectivora วงศ์ soicidae กระแตเหนือ ในอันดับ Scandentia วงศ์ Tupaiidae และบ่าง ในอันดับ Dermoptera วงศ์ Cynocephalida

นก (Bird)
พบรวม 15 อันดับ 43 วงศ์ 149 ชนิด นกที่พบส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 กลุ่มพวกนกที่มากที่สุด เป็นพวกนกจับคอน พบมากกว่าร้อยละ 50 ของนกที่สำรวจพบทั้งหมด นอกเหนือจากนกจับคอนดังกล่าวแล้ว นกกลุ่มพวกอื่น มีจำนวน 70 ชนิด กลุ่มพวกนกที่มีความหลากชนิดมากที่สุด คือ พวกนกโพระดกและนกหัวขวาน พบ 13 ชนิด และพวกนกกระเต็น นกจาบคา นกเงือก และนกตะขาบทุ่ง พบ 13 ชนิด กลุ่มพวกนกที่พบมากรองลงมาเป็นพวกนกเขาและนกพิราบ พบ 13 ชนิด พวกเหยี่ยว พบ 6 ชนิด พวกนกเค้า พวกไก่ฟ้า พบ 9 ชนิด นอกจากนี้ มีความหลากชนิดน้อยเพียง 1-2 ชนิด ได้แก่ พวกนกยาง พวกนกคุ่มแท้ พวกนกแก้ว และพวกนกตบยุง มีพบอันดับละ 2 ชนิด ส่วนนกเป็ด นกนางแอ่น และนกขุนแผน มีพบอันดับละชนิดเท่านั้น

สัตว์เลื้อยคลาน (Reptiles)
พบรวม 2 อันดับ 13 วงศ์ 59 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานจำพวกงู (Snakaes) ในอันดับ Squamata อันดับย่อย Serpentes มีความหลากชนิดมากที่สุด จำนวน 27 ชนิด จาก 25 วงศ์ สัตว์เลื้อยคลานที่พบรองลงมาจากงู ในอันดับ Squamata อันดับย่อย Sauria พบรวม 25 ชนิดจาก 5 วงศ์ ได้แก่ พวกจิ้งจก ตุ๊กแก พวกจิ้งเหลน พวกกิ้งก่า นอกจากนี้เป็นพวกสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่และมีเกล็ดคอขนาดใหญ่ พวก Monitors ในวงศ์ Varanidae และวงศ์ Lacertidae พวกสุดท้ายเป็นพวกเต่า ในอันดับ Chelonia พบรวม 7 ชนิดใน 3 วงศ์ ได้แก่ พวกเต่าบก เต่าน้ำและตะพาบตามลำดับ

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibians)
พบรวม 19 ชนิด จาก 1 อันดับ 5 วงศ์ และ 15 สกุล ได้แก่ จำพวกกบ พวกปาด พวกอึ่ง พวกคางคก และพวกอึ่งกราย ฯลฯ

ปลาน้ำจืด
ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีแหล่งน้ำที่มีน้ำไหลตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ ลำธาร อ่างน้ำตก ซึ่งมีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำหลายชนิด โดยเฉพาะปลาที่มีหลายชนิด เช่น ปลาสร้อยขาว , ปลากดหิน หรือปลาแขยงหิน , ปลาค้อ , ปลาจิ้งจก , ปลามุง หรือปลาพลวงหิน , ปลาเขยา , ปลากริม , ปลาก้าง , ปลากระทิง เป็นต้น

การเดินทาง
สามารถใช้เส้นทางสายกรุงเทพ-ตราด เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกตรงหลักกิโลเมตรที่ 347 ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วประมาณ 2 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 14 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองตราด 55 กิโลเมตร

แผนที่เส้นทาง
เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

ภาพทิวทัศน์
จุลศิรจุมพฏเจดีย์ เดิมชื่อ อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลงเมื่อ
พ.ศ. 2419 โดยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วพร้อมกับพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ทั้งสองพระองค์ทรงโปรดปรานน้ำตกพลิ้วมาก
สุนันทานุสาวรีย์ เดิมชื่อ ปิรามิดพระนางเรือล่ม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2424
เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความอาลัยของพระองค์ที่ทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์หลังจากพระนางเสด็จฑิวงคตจากอุบัติเหตุเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยาภายในบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งไว้
ปลาพลวงหิน
เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในลำธารธรรมชาติที่
มีน้ำใสไหลตลอดปีเป็นปลากินพืช ขนาดตัวยาวประมาณ 50 เซนติเมตรในลำธารและอ่างน้ำของน้ำตกพลิ้วมีฝูงปลาพลวงอาศัย
อยู่เป็นหมื่นตัว สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่
นักท่องเที่ยวที่ได้มาพบเห็นและนิยมที่จะนำผักให้เป็นอาหารปลา
จุดชมวิวและสถานที่กางเต็นท์
จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติขึ้นไปตามเส้นทางลาดยางค่อนข้างชัน มีระยะทางประมาณ 250 เมตร สามารถมองเห็น ทัศนียภาพอันงดงามของชายหาดแหลมสิงห์ และชมพระอาทิตย์ตกทะเลยามเย็นในบริเวณนี้อุทยานฯได้จัดสถานที่ไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้กางเต็นท์พักแรม


เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร
จุดเริ่มต้นอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการอุทยานฯ
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเดินศึกษาธรรมชาติในเส้นทางด้วยตนเองในเส้นทาง
มีจุดศึกษาธรรมชาติ 11 จุดซึ่งในแต่ละจุ
ดจะมีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติติดตั้งไว้ หรือจะขอรับเอกสารแผ่นพับและเจ้าที่เดิน
นำศึกษาธรรมชาติที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (กรณีสถานศึกษาหรือมาเป็นกลุ่มคณะ)
จุดสิ้นสุด อยู่บริเวณด้านหน้าอลงกรณ์
เจดีย์ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง

แผนที่ผังบริเวณ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ประมาณ 84,062.50 ไร่ หรือ 134.50 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 12 องศา 38 ลิปดา ถึง 12 องศา 28 ลิปดาเหนือ และเส้นแวง ที่ 102 องศา 10 ลิปดา ถึง 102 องศา 16 ลิปดาตะวันออก พื้นที่คาบเกี่ยวระหว่าง อำเภอเมือง อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ และอำเภอมะขาม มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ จดเขามะขาม เขาแก้ว ตำบลบ้านอ่าง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
ทิศใต้ จดตำบลตะปอน ตำบลซึ้ง ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันออก จดทางหลวงชนบท อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันตก จดหมู่บ้านคมบาง ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3)
อำเภอเมือง ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ และอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

ผังอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์

สถานที่ท่องเที่ยว