หน้าแรก | จองที่พักออนไลน์ | สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้เข้าชม : 9704626 คน | อาทิตย์ 31 พฤษภาคม 2558  
     
 
ข่าวจากพื้นที่อนุรักษ์
button อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เตรียมการ)
[12 พ.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ปฏิบัติงานด้านบริการ เดือน เมษายน 2558
[3 พ.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดยภูนาง ปฏิบัติงานด้านป้องกันและปราบปราม
[2 พ.ค. 2558]
button การตรวจติดตามสภาพภูมิประเทศชายแดนไทย-ลาว ณ อุทยานแห่งชาติภูซาง
[8 เม.ย. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ประจำเดือน มีนาคม 2558
[3 เม.ย. 2558]
button อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขอปิดการท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกลเขาช้างเผือก
[20 มี.ค. 2558]
button ประมวลภาพ การรณรงค์ ป้องกัน ไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2558
[18 มี.ค. 2558]
button ต้อนรับท่านสมชัย วุฒิเสถียร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานฯ และคณะ ณ. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์
[18 มี.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2558
[12 มี.ค. 2558]
button การใช้กระจกสัญญาณ(signal mirrors)ในการขอความช่วยเหลือ
[6 มี.ค. 2558]
 
     

     
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย
 
     

     
 
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว
 
     

     
 
กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม เอกสารเผยแพร่
button คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
[19 พ.ค. 2558]
button เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล
[23 เม.ย. 2558]
button แบบฟอร์มกรอกข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ใบปะหน้า
[20 เม.ย. 2558]
button แบบฟอร์มกรอกข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว 1
[20 เม.ย. 2558]
button แบบฟอร์มกรอกข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว 2
[20 เม.ย. 2558]
button แบบฟอร์มกรอกข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว 3
[20 เม.ย. 2558]
button การแก้ไขเพิ่มเติมชื่อส่วนราชการและกำหนดรหัสตัวพยัญชนะประจำส่วนราชการของสำนักงานราชบัญฑิตยสภา
[10 เม.ย. 2558]
button ขั้นตอนการปฏิบัติงานตามระเบียบฯ ว่าด้วยการเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๕๕๒
[7 เม.ย. 2558]
button ขั้นตอนการปฏิบัติตามระเบียบฯ ว่าด้วยการอนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตเก็บรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๙
[7 เม.ย. 2558]
button ขั้นตอนการปฏิบัติตามระเบียบฯ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าไปดำเนินกิจการทำเหมืองแร่ พ.ศ.๒๕๓๙
[7 เม.ย. 2558]
 
     
ภูจอง-นายอย (Phu Chong - Na Yoi)

ที่ตั้งและแผนที่
สถานที่ติดต่อ: ที่ทำการอุทยานฯ หมู่ 3 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี
34280

โทรศัพท์ : 045-411515

อีเมล: phuchong2550@hotmail.com

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ

อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา พื้นที่ป่าอยู่ในส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรักประกอบด้วยภูเขาภูเล็กภูน้อยมากมาย เช่น ภูจองนายอย ภูจองน้ำซับ ภูจอง ภูจันทร์แดง ภูพลาญสูง ภูพลาญยาว เป็นต้น มีสภาพป่าสมบูรณ์ สภาพธรรมชาติที่สวยงาม และมีสัตว์ป่าชุกชุม มีเนื้อที่ประมาณ 428,750 ไร่ หรือ 686 ตารางกิโลเมตร

ความเป็นมา: สืบเนื่องจาก ร.ต.ท.ณรงค์ เทวคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานีได้มีหนังสือลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2525 ถึงกรมป่าไม้ เสนอโครงการพัฒนาป่าภูจอง-นายอยให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ตามความต้องการของราษฎรอำเภอนาจะหลวย และอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อป้องกันรักษาป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงมีคำสั่งที่ 116/2526 ลงวันที่ 19 มกราคม 2526 ให้นายอนุศักดิ์ ศรีทองแดง เจ้าพนักงานป่าไม้ 3 ไปทำการสำรวจพื้นที่ดังกล่าว

ผลการสำรวจ ปรากฏว่าสภาพพื้นที่ป่าสมบูรณ์ สัตว์ป่าหลายชนิดชุกชุม และมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ตามรายงานการสำรวจ ที่ กส 0713(ภจ)/พิเศษ ลงวันที่ 12 เมษายน 2526 เพื่อเป็นการสนองตอบความต้องการของราษฎรที่จะอนุรักษ์ป่าภูจอง-นายอยไว้ ต่อมานายเคน ประคำทอง ราษฎรอำเภออุดมเดช จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีหนังสือลงวันที่ 1 มิถุนายน 2526 ถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ กองอุทยานแห่งชาติจึงได้เร่งรัดสำรวจหาข้อมูลเพิ่มเติมเห็นว่า พื้นที่ป่าภูจอง-นายอยมีสภาพทิวทัศน์และธรรมชาติที่สวยงามเหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามหนังสือวนอุทยานภูจอง ที่ กห 0713(ภจ)/77 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2527

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติการประชุมครั้งที่ 3/2527 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2527 เห็นชอบให้กำหนดพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูจอง-นายอยในท้องที่ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย และตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 104 ตอนที่ 103 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2530 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 53 ของประเทศ

ขนาดพื้นที่
428750.00 ไร่

หน่วยงานในพื้นที่
หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภจ.1(พลาญกงเกวียน)
หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภจ.2(พลาญสูง)
หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภจ.3(คำบาก)
หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภจ.4(จันลา)
หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภจ.5(มดง่าม)
หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภจ.6(แก้งเรือง)

ภาพแผนที่

ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย มีเนื้อที่ครอบคลุมบางส่วนของอำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย พื้นที่ป่าอยู่ในส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรักพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และเนินเขาซึ่งลาดไปทางทิศใต้ ประกอบด้วยภูเขาเล็ก ๆ สลับซับซ้อนมากมาย เช่น ภูจองนายอย ภูจองน้ำซับ ภูจันทร์แดง ภูพลาญยาว มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 300 – 600 เมตร จากระดับน้ำทะเลสภาพป่าโดยทั่วไปเป็น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง มีพรรณไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ประมาณ 75 % ของพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยมีสภาพธรรมชาติที่งดงาม มีสภาพป่าสมบูรณ์ ในพื้นที่พบ “ ต้นจอง ” หรือต้นสำรองจำนวนมากอันเป็นที่มาของชื่ออุทยาน ฯ ส่วน “ นายอย ” มาจากคำว่า น้ำย้อย ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งต้นน้ำลำธาร มีน้ำไหลย้อยลงมาตามเพิงผาที่อยู่ใกล้น้ำตก และมีลำน้ำสายน้ำสำคัญต่าง ๆ เช่น ลำโดมน้อย ลำโดมใหญ่และห้วยหลวง เป็นต้น ภายในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยนอกจากยังคงสภาพเป็นป่าทึบและมีสัตว์ป่าชุกชุมแล้ว ยังมีสภาพภูมิประเทศและแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

ลักษณะภูมิอากาศ
อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบ Tropical Savannah คือมีช่วงความแตกต่างของฤดูฝนและฤดูแล้งอย่างเห็นชัดเจน มีช่วงกลางวันยาวในภาคฤดูร้อน และมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงตลอดปีประมาณ 35.9  C ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,125.6 มม. ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงสุดในเดือนสิงหาคม ประมาณ 322.6 มม. ความชื้นสัมพัทธ์โดยเฉลี่ยทั้งปี 72.9 %

พืชพันธุ์และสัตว์ป่า
ทรัพยากรชีวภาพ
สภาพป่า
สภาพป่าของอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย สามารถแบ่งออกเป็นป่าชนิดต่างๆ โดยอาศัยปัจจัยทางสภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ลักษณะดินและลักษณะเด่นของพืชพรรณได้ ดังนี้

สังคมพืชประเภทผลัดใบ (Decidouous Forest)
(1) ป่าเต็งรัง (Dry Diperocarp Forest) ลักษณะทั่วไปของป่าเป็นป่าโปร่ง ดินไม่ค่อยสมบูรณ์ หน้าดินตื้น ต้นไม้มีขนาดเล็ก ยกเว้นบางพื้นที่มีหน้าดินหนาและไม่ถูกรบกวนมากนัก ต้นไม้จึงจะมีขนาดใหญ่และขนาดกลางผสม พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง พะยอม เหียง กราด
(2) ป่าเบญจพรรณ (Mixed Decidouous Forest) หรือ เรียกป่าผสมผลัดใบ

สังคมพืชประเภทไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ประกอบด้วย
(1) ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest)

พันธุ์สัตว์ (Fauna)
เนื่องจากสภาพป่าของอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากมี
พื้นที่ติดต่อกับประเทศลาวและกัมพูชา จึงเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่าเป็น
จำนวนมาก
(1) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เลียงผา กวางป่า เก้ง กระจงเล็กหมูป่า ชะมด หมีขอ หมาใน หมูหริ่ง กระต่ายป่า ชะนี กระทิง ฯลฯ
(2) นก พบว่ามีจำนวนประมาณ 150 ชนิด ที่สำคัญได้แก่นกเป็ดก่า
(3) สัตว์เลื้อยคลาน เช่น ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่า เต่าเหลือง แย้ขีด งูหลาม งูจงอาง
งูเห่า ฯลฯ
(4) สัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เช่น คางคกบ้าน เขียดหลังขีด กบนา เขียดตะปาด
ฯลฯ

การเดินทาง
รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ได้ทั้งทางรถไฟ รถยนต์ สายเก่า-สายใหม่ เมื่อถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว เดินทางโดยรถยนต์ประจำทาง จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอนาจะหลวย ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ถ้าหากจะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว แนะนำให้ใช้เส้นทาง อุบลราชธานี-อำเภอวารินชำราบ อำเภอเดชอุดม อำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย ระยะทางรวม 140 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอนาจะหลวยประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงบ้านแก้งเรืองซึ่งมีทางแยกเข้าอุทยานแห่งชาติ

แผนที่เส้นทาง

ภาพทิวทัศน์
แดงอุบล
หยาดน้ำค้าง
น้ำตกห้วยหลวง
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำธารห้วยหลวงไหลตกจากหน้าผาที่มีความ สูง ประมาณ 45 เมตร เบื้องล่างมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ พื้นน้ำเป็นสีเขียวมรกต และมีหาดทรายขาวสะอาดเหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ ด้านบนมีจุดชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ ด้านล่างมีบันไดสำหรับขึ้นลงจำนวน 272 ชั้น ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กม. รถยนต์สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกด้วยทางลาดยางอย่างดี ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ ระหว่าง เดือนสิงหาคม – เดือนกุมภาพันธ์
น้ำตกประโอนละออ
อยู่ถัดลงมาด้านล่างของน้ำตกห้วยหลวง ห่างจากน้ำตกห้วยหลวงประมาณ 100 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงามมีแอ่งน้ำที่เหมาะสำ หรับลงเล่นและนวดตัวด้วยสายน้ำ
แก่งกะเลา
เป็นแก่งหินกลางลำธารห้วยหลวงที่มีธารน้ำไหลแผ่กว้างไปตามลานหิน บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดและหมู่ผีเสื้อที่บินว่อนทั่วบริเวณเหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติ และลงเล่นน้ำอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กม. รถยนต์เข้าถึงได้
ป็นแก่งหินกลางป่าที่งดงามด้วยสายน้ำ เป็นจุดที่มีพืชพันธุ์สมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและเป็นจุดเริ่ม ต้นกิจกรรมการ “ ล่องแพ ” โดยเฉพาะในฤดูที่มีน้ำ การล่องแพหรือพายเรือแคนูไปตามลำห้วยหลวงระยะทางประ มาณ 800 เมตร ใช้เวลาไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง กับบรรยากาศที่สงบเงียบ น้ำใสเย็น ท่ามกลางหมู่แมกไม้เขียวขจี คงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ “แก่งสามพันปี” แห่งนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เข้าถึงได้ด้วยรถยนต์หรือด้วยการเดินป่าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งตลอดเส้นทางจะผ่านผืนป่าที่ร่มครึ้ม บริเวณริมฝั่งลำห้วยหลวงจะพบต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่จะพบได้เฉพาะในพื้นที่ที่อยู่สูงจาระดับน้ำทะเลมาก ๆ เท่านั้น ได้แก่ต้น “สนสามพันปี ” ด้วย
น้ำตกเกิ้งแม่ฟอง
อยู่กลางป่าลึกอันอุดมสมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่เกิดจาก
ลำโดมน้อย โดยสายน้ำไหลผ่านลานหินแล้วตกลงจากหน้าผาที่มี
ความสูงประมาณ 10 เมตร ในช่วงฤดูฝนจะมีพืชจำพวกมอสเฟิร์น
ขึ้นเขียวครึ้มทั่วทั้งบริเวณโขดหิน ภายใต้ร่มไม้ใหญ่และภายใต้เพิง
ผาจะมีทางเดินลอดใต้ม่านน้ำข้ามไปยังโขดหินฝั่งตรงข้ามซึ่งมี
ทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยผีเสื้อนานาชนิด น้ำตกเกิ้งแม่ฟองแห่งนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กม. เข้าถึงได้ด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อและการเดินเท้า
พลาญกงเกวียน
ลานหินกว้าง ที่ด้านหน้ามีกลุ่มหินลักษณะเป็นเพิงตามธรรมชาติ มีดอกไม้ป่าและพันธุ์ไม้ขึ้นสลับกันเป็นหย่อม ๆ มีประวัติความเป็นมาว่า ในอดีตนักเดินทางได้ใช้ประโยชน์จากเพิงหินเหล่านี้สำหรับกำบังแดดและฝน เปรียบเพิงหินเสมือน “กงเกวียน” หรือ “ พวงเกวียน” จึงเป็นที่มาของชื่อ “พลาญกงเกวียน” โดยพลาญ หมายถึง บริเวณที่เป็นลานกว้าง และกงเกวียนซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่าพวงเกวียน หมายถึงประทุ่นหรือกระทุนของเกวียน
พลาญป่าชาด
อยู่ระหว่างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีลักษณะเป็นลานหินสลับด้วยทุ่งดอกไม้นานาชนิด(ดอกหญ้าต่าง ๆที่ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ เช่น มณีเทวา ดุสิตา สรัสจันทร เป็นต้น) บางส่วนเป็นผืนป่าเต็งรังขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยต้นยาง-เหียงหรือต้นชาด ที่มาของชื่อ “ พลาญป่าชาด ”บริเวณกลางป่าจะมีลำธารซึ่งสร้างความ ชุ่มชื้นและเป็นจุดกำเนิดของน้ำตก “ พลาญป่าชาด ” นับเป็นเส้นทางเดินป่าที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ดอกและพืชพันธุ์หลากหลายชนิด
ภูหินด่าง
เป็นภูเขาหินทรายที่ประกอบไปด้วยป่าลานหินที่มี
ลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยงามแปลกตา แตกต่าง
จากที่อื่น ได้แก่ ลานหินงอก ลานหินเป็นระแหง แอ่งหินเว้า และ ร่องหินแยก ตามเส้นทางเดินป่าไปสู่ยอดภูเต็มไปด้วยต้นกล้วยไม้ป่านานาชนิดและดอกไม้หลากสีที่ขึ้นอยู่ตามลานหินแตกต่างกันตามฤดูกาล จากจุดชมวิวบริเวณหน้าผาสามารถมอง เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้ารวมทั้งทะเลหมอกในฤดูหนาว ชมทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาของพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงและสภาพป่าในเขตประเทศลาวและกัมพูชาที่อยู่เบื้องล่าง ที่ผนังหินใต้เพิงผาปรากฏแถบสีแดงและสีชมพูอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ภูหินด่าง” ภูหินด่างแห่งนี้เหมาะสำหรับการกางเต็นท์พักแรม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 51 กิโลเมตร โดยการเดินทางเข้าภูหินด่างต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางและยานพาหนะของอุทยานฯ

แผนที่ผังบริเวณ
ผังบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย

สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์
ห้องประชุมสัมมนา - ห้องประชุม

สถานที่ท่องเที่ยว