|
กุยบุรี (Kui Buri) ที่ตั้งและแผนที่ ที่ตั้ง หมู่ที่ 9 บ้านย่านซื่อ ตำบล หาดขาม อำเภอ กุยบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
ที่อยู่ ตู้ปณ.10 ปณจ.กุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77150 เบอร์โทรศัพท์ 032-646292 แฟกซ์ 032-646292 เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ 081-776-2410 อีเมล์ kuiburi_np@hotmail.co.th,kuiburi_np@hotmail.com หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายปรีชา วิทยพันธุ์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่อำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีคุณค่า เช่น พันธุ์ไม้ สัตว์ป่า ตลอดจนทิวทัศน์ที่สวยงาม เพื่อให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิม มิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป เพื่อประโยชน์แก่การศึกษา และรื่นรมย์ของประชาชน มีเนื้อที่ 605,625 ไร่ หรือ 969 ตารางกิโลเมตร ความเป็นมา : จากสถานการณ์ป่าไม้ในปัจจุบันพบว่า พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายจนน่าวิตกว่าจะมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะรักษาสภาพสมดุลธรรมชาติเอาไว้ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดกรณีอันน่าสลด หากไม่เร่งดำเนินการรักษาสภาพธรรมชาติเอาไว้ ดังนั้น กรมป่าไม้จึงมีคำสั่ง ที่ 475/2532 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2532 ให้ นายจุมพล เจริญสุขพาณิชย์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 กองอุทยานแห่งชาติไปดำเนินการสำรวจเบื้องต้นที่ป่าบริเวณวนอุทยานปราณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่า-คลองคอย และกรมป่าไม้มีคำสั่ง ที่ 1627/2532 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2532 ให้นายสรรเพชร ราคา เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 กองอุทยานแห่งชาติ ไปดำเนินการสำรวจเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการจัดตั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยให้ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ผลการสำรวจพบว่า สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นป่าผืนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกติดต่อกับชายแดนพม่า เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี ประกอบด้วยป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจมากมาย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ซึ่งราษฎรได้บุกรุกพื้นที่ใช้ในการเพาะปลูก ส่วนใหญ่ทำไร่สับปะรด และเป็นที่อยู่อาศัย ตามหนังสือรายงานผลการสำรวจที่ กษ 0713(กร)/19 ลงวันที่ 29 มกราคม 2536 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งมีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2537 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2537 สมควรกำหนดพื้นที่ป่ากุยบุรีให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการเพิกถอนป่ากุยบุรี และดำเนินการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แล้ว ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งหมด 605,625 ไร่ โดยได้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินป่ากุยบุรี ในท้องที่ตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี ตำบลศิลาลัย ตำบลศาลาลัย ตำบลไร่เก่า ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด ตำบลหาดขาม ตำบลสามกระทาย ตำบลกุยบุรี อำเภอกุยบุรี และตำบลบ่อนอก ตำบลอ่าวน้อย ตำบลเกาะหลัก ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 20ก วันที่ 25 มีนาคม 2542 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 90 ของประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 605625.00 ไร่ หน่วยงานในพื้นที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ กร.1 ป่ายาง หน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ กร.2 สำโหรง หน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ กร.3 ด่านสิงขร หน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ กร.4 หุบมะซาง หน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ กร.5 เข็ดกา (ชั่วคราว) จุดตรวจห้วยลึก ด่านตรวจอ่างหิน ด่านตรวจหุบตะเคียน ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีความลาดชันของพื้นที่จากด้านทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก และมีแนวเขาขวางตัวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี อันเป็นเทือกเขาซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและเมียนม่าร์ ซึ่งมีสภาพพื้นที่ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1) แบบลูกคลื่นลอนชั้นถึงเนินเขา มีความลาดชันประมาณ 80 - 100 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกบุกรุก แผ้วถางทำไร่สับปะรด อ้อย ผักต่างๆ 2) พื้นที่แบบภูเขา ประกอบด้วยภูเขาแบบสูงชั้น และยังคงมีสภาพป่าธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้นป่าน้ำลำธาร ความลาดชันมากกว่า 35 เมตร และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 750 เมตร ขึ้นไป ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีภูมิอากาศจัดอยู่ในประเทศฝนเมืองร้อน เฉพาะฤดู (Tropical Savannah Climate) กล่าวคือ อุณหภูมิจะสูงตลอดทั้งปี และมีช่วงแล้งที่เห็นได้ชัดในรอบปี ทั้งนี้ตามระบบการจำแนกทางภูมิศาสตร์ ลักษณะข้างต้นเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งชื้นแล้ง โดยมีช่วงกลางวันยาวในฤดูร้อน และกลางวันสั้นในฤดูหนาว จะมีช่วงที่มีน้ำมากเกินเพียงพอเป็นระยะเวลาสั้นๆ หรือไม่มีเลย มีฤดูใหญ่อยู่ 3 ฤดู คือ ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นระยะเวลาประมาณ 7 เดือน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย โดยฝนจะหนักในเดือนพฤษภาคม แล้วฝนจะทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นฝนจะตกหนักในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้จะพัดมาจากบริเวณความกดอากาศสูงในทะเลจีนใต้ซึ่งจะพัดเอาความร้อนชื้นมา ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยระยะนี้เป็น ช่วงรอยต่อของฤดูลมมรสุมหลังจากสิ้นฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อน และมีอากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่ไม่ร้อนมากนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้ำจากทะเลทำให้อากาศคลายร้อนลงไปมาก พืชพันธุ์และสัตว์ป่า ทรัพยากรป่าไม้
สภาพป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี แบ่งสภาพป่าออกเป็น 3 ประเภท 1)ป่าผสมผลัดใบ (Mixed Deciduous Forest) ประมาณ 30% ของพื้นที่ โครงสร้างของป่าประกอบด้วยหมู่ไม้ 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นบนสูงสุด 15 - 25 เมตร ประกอบด้วยชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ จันทน์ ตะคร้ำ มะกอก ประดู่ ตะแบก ไม้ชั้นรองสูง 10 - 15 เมตร ได้แก่ งิ้วป่า โมกมัน ตีนเป็ด ส่วนไม้พื้นล่าง ประกอบด้วย ลูกไม้ของไม้ใหญ่ ดังกล่าวแล้วรวมทั้ง ไผ่ หญ้าปล้อง ไม้เถา เป็นต้น 2)ป่าดิบแล้ง (Dry Ever green Forest) ประมาณ 40% ของพื้นที่ตั้งแต่ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 300 600 เมตร พรรณไม้เดิมประกอบด้วย สมพง ยางนาหรือยางขาว มะค่าโมง มะเกลือ เหรียง โดยมีพืชชั้นล่างประเภทปาล์ม หวาย เช่น หวายขม หวายโป่ง หมากลิง/หมากนางลิง แต่มีปริมาณไม่หนาแน่น 3)ป่าดิบชื้น (Topical Rain Forest) ประมาณ 30% ของพื้นที่พบอยู่ค่อนข้างน้อยในพื้นที่ซึ่งมีความสูงตั้งแต่ 650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ทางสันเขาที่เป็นเขตประเทศเป็นส่วนใหญ่ พรรณไม้เด่นประกอบด้วยไม้ในวงศ์ยาง เช่น ตะเคียน ยางแดง ทรัพยากรสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวบรวมความหลากหลายของสัตว์ป่าที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย ด้วยความหลากหลายของระบบนิเวศส่งผลให้ประชากรของสัตว์ป่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศหลายชนิดดังนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ ช้างป่า วัวแดง กระทิง เลียงผา เก้งหม้อ อีเก้ง เสือโคร่ง เสือดาว หมีควาย ค่างแว่น และชะนีธรรมดา นก ได้แก่ นกกาฮัง นกแก๊ก นกเงือกกรามช้าง นกขุนทอง นกกะรางหัวขวาน นกกางเขนดง นกเขียวคราม ไก่ฟ้าหน้าเขียว ฯลฯ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ กบทูด ตะพาบ ผีเสื้อที่พบผีเสื้อที่พบในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ผีเสื้อถุงทอง ปักษ์ใต้ ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว ผีเสื้อหางติ่งนางระเวง ผีเสื้อหางมังกรเขียว ฯลฯ การเดินทาง การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางสายกรุงเทพฯภาคใต้ จะผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทุกสาย มีเส้นทางที่สามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ป่า ในท้องที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 295 แยกขวาเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3217 (กุยบุรี-ยางชุม) ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอกุยบุรีประมาณ 3 กิโลเมตร ระยะทาง 18 กิโลเมตร จากบ้านยางชุมผ่านเข้าโครงการเขื่อนเก็บน้ำยางชุม เลี้ยวซ้ายก่อนถึงโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านยางชุม จะพบทางแยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางไปบ้านย่านซื่อ ประมาณ 10 กม. จะถึงบ้านย่านซื่อไปต่ออีกประมาณ 2 กม. จึงจะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นทางลาดยางตลอดจนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี แผนที่เส้นทาง
ภาพทิวทัศน์
แผนที่ผังบริเวณ
สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร - ซุ้มการเวก ที่พัก - บ้านกุยบุรี 101 ที่พัก - บ้านกุยบุรี 102 ที่พัก - สถานที่กางเต็นท์ ห้องประชุมสัมมนา - ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ - ห้องน้ำชายหญิง ห้องน้ำ - ห้องน้ำชายหญิง ถนน / ทางเดิน - ถนนภายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี |
สถานที่ท่องเที่ยว


