หน้าแรก | จองที่พักออนไลน์ | เว็บไซต์กลางสำนักอุทยานแห่งชาติ | สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้เข้าชม : 17475488 คน | พุธ 23 มกราคม 2562  
     
 
ข่าวจากพื้นที่อนุรักษ์
button ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในเขตอุทยานแห่งชาติฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เนื่องจากเกิดพายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK)
[4 ม.ค. 2562]
button อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด ร่วมแจกพันธุ์กล้าไม้
[19 พ.ย. 2561]
button ผลการตัดสินรางวัล โครงการประกวดหมู่บ้านส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (สสอ.) ดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
[27 ส.ค. 2558]
button สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 จัดประชุม "คณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อน (Road Map) ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน"
[19 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน จัดงานพิธีรวมใจคืนผืนป่า
[16 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม
[16 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล 83 พรรษา มหาราชินี เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2558
[14 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ขอปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณโป่งน้ำร้อนท่าปาย (เปิดให้บริการตามปกติแล้ว)
[12 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนางร่วมถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2558
[7 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ประจำเดือน กรกฎาคม 2558
[7 ส.ค. 2558]
 
     

     
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย
 
     

     
 
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว
 
     

     
 
กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม เอกสารเผยแพร่
button รายงานประจำปี 2561
[19 พ.ย. 2561]
button แผนงาน/โครงการ ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้เงินรายได้เพื่อบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ จำแนกตามแผนปฏิรูปอุทยานแห่งชาติ 20 ปี
[2 พ.ย. 2561]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2560.
[29 ธ.ค. 2559]
button คำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 2698/2559 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยว
[20 ธ.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ เรื่อง รายละเอียดแบบสำรวจห้องน้ำ-สุขา
[13 ต.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ
[29 ก.ย. 2559]
button แบบฟอร์ม แบบจัดทำข้อมูลกรอบความต้องการงบลงทุน
[22 ก.ค. 2559]
button แบบฟอร์มสำรวจข้อมูลครุภัณฑ์เรือที่ใช้ประจำอุทยานแห่งชาติ
[29 มิ.ย. 2559]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง การปรับลดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
[1 มิ.ย. 2559]
button สำนักอุทยานแห่งชาติ สามารถประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติได้อีก 1 แห่ง คือ "อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน"
[25 เม.ย. 2559]
 
     
ภูผายา (เตรียมการ) (Phu Pa Ya)

ที่ตั้งและแผนที่
สถานที่ติดต่อ : วนอุทยานภูหินจอมธาตุ บ้านห้วยยางคำ หมู่ที่ 11 ตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี
โทรศัพท์ : 094-2968333 042 244 175
อีเมลล์:
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายธงชัย นาราษฎร์
ตำแหน่ง: นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ
อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
- ยังไม่เก็บค่าบริการ-
ร้านค้าสวัสดิการ
ไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรจัดเตรียมไป

พื้นที่รับสัญญาณโทรศัพท์ เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์
บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ AIS, TRUE, DTAC

ข้อมูลรายละเอียดของการสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
1. ประวัติความเป็นมา
1.1 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ได้รับรายงานจากหัวหน้าโครงการพัฒนาป่าเก่ากลอยนากลาง (2) จังหวัดหนองบัวลำภู เสนอความเห็นร่วมกับหน่วยงานของกรมป่าไม้ในพื้นที่ ว่ามีการตรวจยึดไม้สักในป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เห็นสมควรมีมาตรการในการคุ้มครองพื้นที่ โดยการกำหนดพื้นที่ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน หรืออุทยานแห่งชาติตามความเหมาะสมต่อไป
1.2 ต่อมาสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ได้มีคำสั่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ที่ 214/2554 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2554 เรื่อง ให้ข้าราชการออกสำรวจพื้นที่เพื่อกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยหมอบหมายให้ นายชัยวัตต์ หัสกรรจ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าวนอุทยานภูหินจอมธาตุ จังหวัดอุดรธานี (ขณะนั้น) ออกไปดำเนินการสำรวจในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย-นากลาง และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เพื่อเสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ในการกำหนดเป็น เขตอุทยานแห่งชาติ ตามระเบียบต่อไป นายชัยวัตต์ หัสกรรจ์ หัวหน้าวนอุทยานภูหินจอมธาตุ จึงได้จัดทำรายงานการสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลาง และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ จังหวัดอุดรธานี ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ จังหวัดอุดรธานี และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกผาดำ ป่าโคกหนองข่า และป่าภูบอบิด จังหวัดเลย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแนวเขต ใกล้เคียงกัน และเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำลำธารมีทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นสวยงามหลายแห่ง เหมาะสำหรับการจัดตั้งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติอย่างยิ่ง ซึ่ง1.2 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าวให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทราบ ตามหนังสือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ที่ ทส 0920.6/5685 ลงวันที่ 28 กันยายน 2554
1.3 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แจ้งกรมป่าไม้เพื่อโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติ และโปรดใช้อำนาจตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 สั่งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สามารถเข้าควบคุม ดูแล รักษา หรือบำรุงป่าสงวนแห่งชาติในระหว่างการจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายต่อไป ตามหนังสือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ ทส 0910.502/8361 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2555
1.4 กรมป่าไม้ ได้ให้ความเห็นชอบในการใช้อำนาจตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการกำหนดเขตพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 21,600 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 17,300 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย-นากลาง อำเภอนากลาง อำเภอนาวัง และอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เนื้อที่ 91,000 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกผาดำ ป่าโคกหนองข่าและป่าภูบ่อบิด อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย เนื้อที่ 46,800 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 176,700 ไร่ ให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ โดยขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กันเขตพื้นที่ที่กรมป่าไม้อนุญาต ให้ภาครัฐและเอกชนเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติออกก่อนที่จะกำหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ โดยประสานกับกรมทรัพยากรธรณีซึ่งได้มีการออกอาชญาบัตรสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่อยู่ก่อนแล้ว และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเกี่ยวกับสัมปทานปิโตรเลียม ทั้งนี้ไม่ให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติในภายภาคหน้าต่อไป ตามหนังสือกรมป่าไม้ ที่ ทส 1610.2/5224 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2556
1.5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ไปดำเนินการสำรวจพื้นที่เพื่อประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติภูผายา จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี และควบคุมพื้นที่มิให้มีการบุกรุก แผ้วถาง และทำลาย ตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 333/2559 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 2.4 นายธงชัย นาราษฎร์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สังกัดส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๐ (อุดรธานี) พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่วนอุทยานภูหินจอมธาตุ ได้ไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูผายา จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี และควบคุมพื้นที่ มิให้มีการบุกรุก แผ้วถาง และทำลาย ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการสำรวจพื้นที่ ที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะกำหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ หรือผนวกเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติ พร้อมทั้งจัดทำแผนที่ 1 : 50,000 และจัดทำข้อมูลการสำรวจเบื้องต้นเป็นรูปเล่ม พร้อมแผ่นบันทึกข้อมูล รายงานผลให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผ่านสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๐ (อุดรธานี) เพื่อโปรดพิจารณาต่อไป
2. ความเป็นมาของพื้นที่สำรวจ
2.1 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ จังหวัดอุดรธานี กำหนดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ โดยกฎกระทรวงฉบับที่ 745 (พ.ศ. 2518) เพื่อรักษาสภาพป่า ของป่า และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ไว้จากผลการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (Zoning) มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 321,975 ไร่ เป็นพื้นที่ป่า เพื่อเศรษฐกิจ (โซน E) เนื้อที่ 289,875 ไร่ และพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ (โซน C) เนื้อที่ 31,200 ไร่ สำหรับพื้นที่โซน E ได้ส่งมอบให้ ส.ป.ก. ทั้งผืน จึงคงเหลือพื้นที่ โซน C เนื้อที่ 31,200 ไร่
2.2 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ จังหวัดอุดรธานี กำหนดให้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยกระทรวงฉบับที่ 199 (พ.ศ.2510) เพื่อรักษาสภาพป่า ของป่าและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ไว้จากการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดิน และป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (Zoning) มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 121,500 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเพื่อเกษตรกรรม (โซน A) เนื้อที่ 83,850 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเพื่อเศรษฐกิจ (โซน E) เนื้อที่ 18,400 ไร่ และพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ (โซน C) เนื้อที่ 19,250 ไร่ สำหรับพื้นที่โซน A และโซน E ได้ส่งมอบให้ ส.ป.ก.ทั้งผืน จึงคงเหลือพื้นที่โซน C เนื้อที่ 19,250 ไร่
2.3 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย-นากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู กำหนดให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติโดยมีกฎกระทรวงฉบับที่ 942 (พ.ศ.2524) เพื่อรักษาสภาพป่าไม้ ของป่า และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ไว้จากผลการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (Zoning) มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 846,075 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเพื่อเกษตรกรรม (โซน A) เนื้อที่ 146,300 ไร่ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ (โซน E) เนื้อที่ 561,725 ไร่ และพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์(โซน C) เนื้อที่ 138,050 ไร่ ต่อมารัฐบาลมีนโยบาย ส่งมอบพื้นที่ป่า โซน E และ โซน A ให้ ส.ป.ก. นำไปปฏิรูปที่ดินทั้งผืน จึงคงเหลือเฉพาะพื้นที่โซน C รวมเนื้อที่ 138,050 ไร่
2.4 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกผาดำ ป่าโคกหนองข่า และป่าภูบอบิด จังหวัดเลย กำหนดให้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 353(พ.ศ.2511) เพื่อรักษาสภาพป่าไม้ ของป่าและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ไว้จากผลการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (Zoning) มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 414,700 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเพื่อเศรษฐกิจ (โซน E) เนื้อที่ 267,175 ไร่ และพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ (โซน C) เนื้อที่ 147,525 ไร่ สำหรับพื้นที่ป่าโซน E ได้ส่งมอบให้ ส.ป.ก.ทั้งผืน จึงคงเหลือพื้นที่โซน C เนื้อที่ 147,525 ไร่
3. จุดที่ตั้งของพื้นที่และขอบเขตการสำรวจ เนื้อที่ประมาณ 147,000 ไร่ (ปรับปรุง ปี 2560)
3.1 จำแนกพื้นที่ตามสภาพภูมิประเทศ ดังนี้
1) บริเวณภูพระบาทบัวบก เนื้อที่ประมาณ 7,445 ไร่ (เดิมเนื้อที่ 7,137 ไร่)
2) บริเวณภูพระบาทบัวบาน เนื้อที่ประมาณ 19,895 ไร่ (เดิมสำรวจปี 2554 เนื้อที่ 14,111 ไร่)
3) บริเวณภูผาแดง เนื้อที่ประมาณ 13,106 ไร่ (เดิมเนื้อที่ประมาณ 11,750 ไร่)
4) บริเวณภูหินจอมธาตุ ภูพานน้อย เนื้อที่ประมาณ 36,470 ไร่ (เดิมเนื้อที่ประมาณ 25,284 ไร่)
5) บริเวณภูผากูบ (ถ้ำสุวรรณคูหา) เนื้อที่ประมาณ 1,365 ไร่ (เดิมเนื้อที่ประมาณ 1,561 ไร่
6) บริเวณภูผายา เนื้อที่ประมาณ 4,950 ไร่ (เดิมเนื้อที่ 6,453 ไร่)
7) บริเวณภูผาเวียง ภูแปลก และภูซางใหญ่ (โครงการพัฒนาป่าเก่ากลอย-ป่านากลาง 1, 2, 3)
เนื้อที่ประมาณ 52,910 ไร่ (เดิมเนื้อที่ 101,968 ไร่)
8) บริเวณภูรัง ภูข้าว (ถ้ำเอราวัณ) เนื้อที่ประมาณ 10,859 ไร่ (เดิมเนื้อที่ 10,887 ไร่)
รวมเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 147,000 ไร่ (เดิมเนื้อที่ 176,700 ไร่)
3.2 จำแนกพื้นที่ตามขอบเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนี้
1) ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย-นากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เนื้อที่ 84,234 ไร่
2) ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 28,664 ไร่
3) ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 18,382 ไร่
4) ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกผาดำ ป่าโคกหนองข่าและป่าภูบอบิด จังหวัดเลย เนื้อที่ 8,961 ไร่
5) ป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 3,531 ไร่
6) นอกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ 3,228 ไร่
รวมเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 147,000 ไร่ (เดิมเนื้อที่ 176,700 ไร่)

สถานที่ท่องเที่ยว

ภาพแผนที่

ไม่มีภาพ

ขนาดพื้นที่
147193.82 ไร่

หน่วยงานในพื้นที่

ลักษณะภูมิประเทศ
บริเวณพื้นที่สำรวจ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและเนินเขาสลับซับซ้อน เป็นบริเวณกว้างมีความลาดชันค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่ที่มีภูเขาตั้งอยู่เพียงลูกเดียว ได้แก่ ภูผากูก ภูผายา ภูผาเวียง และภูรัง เป็นต้น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณภูแปลก 607 เมตร ภูรัง (ถ้ำเอราวัณ) 455 เมตร ภูซาง 569 เมตร ภูผาแดง 524 เมตร และมีค่าความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 205 – 607 เมตร สำหรับบริเวณเนินเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 200 – 400 เมตร ส่วนใหญ่ดินเป็นดินร่วนปนทราย และดินลูกรัง สลับกับหินทรายโผล่กระจัดกระจายทั่วพื้นที่ ชนิดหินเป็นหินทราย ได้แก่ บริเวณภูพระบาทบัวบาน ภูผาแดง และภูหินจอมธาตุ เป็นต้น และสำหรับบริเวณเนินเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400 เมตร ขึ้นไป ส่วนใหญ่ดินเป็นดินร่วนปนทราย สลับกับหินปูนโผล่กระจัดกระจายทั่วพื้นที่ ชนิดหินเป็นภูเขาหินปูน ได้แก่ ภูผากูก (ถ้ำสุวรรณคูหา) ภูผายา ภูผาเวียง และภูรัง (ถ้ำเอราวัณ)


ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไป ค่อนข้างร้อน อุณหภูมิต่ำสุดระหว่าง 15-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 25 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,650 มิลลิเมตรต่อปี มีฤดูกาล 3 ฤดู ดังนี้

7.1 ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-ตุลาคม

7.2 ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

7.3 ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคม-เมษายน


พืชพรรณและสัตว์ป่า
ชนิดของสัตว์ป่า

จากการสำรวจและสอบถามชาวบ้านรอบเขตป่า พบว่ายังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าขนาดเล็ก เนื่องจากสภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าตังรัง ซึ่งเป็นป่าที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชค่อนข้างน้อย สภาพป่าโปร่งอยู่ใกล้ชุมชน ซึ่งอาจเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าเพียงบางชนิดเท่านั้น

1 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สำรวจโดยวิธีการสอบถามข้อมูลจากราษฎรในพื้นที่ ที่พบกว่า 20 ชนิดเช่น เสือดำ , หมูป่า , หมาจิ้งจอกทอง ,
อีเห็นข้างลาย, อีเห็นธรรมดา ,พังพอนธรรมดา , ลิงแสม , เก้ง, กระจงเล็ก , กระรอกหลากสี ,พญากระรอกดำ , อ้นเล็ก , ตัวนิ่ม, ลิ่น และ
เม่นใหญ่แผงคอยาว เป็นต้น

2 สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สำรวจโดยวิธีการสอบถามข้อมูลจากราษฎรในพื้นที่ ที่พบกว่า 10 ชนิด เช่น กบนา, กบหนอง ,กบหงอน ,
อึ่งปากขวด , อึ่งอ่างบ้าน ,อึ่งลาย, อึ่งแว่น, อึ่งแดง , คางคกบ้าน ,เขียดจะนา , เขียดทราย, เขียดอีแว๊ด และ ปาดบ้าน เป็นต้น

3 สัตว์เลื้อยคลาน สำรวจโดยวิธีการสอบถามข้อมูลจากราษฎรในพื้นที่ ที่พบมากกว่า 20 ชนิด เช่น กิ้งก่าคอแดง , กิ้งก่าหัวฟ้า , จิ้งเหลนบ้าน ตุ๊กแกบ้าน , ตะกวด , แย้เส้น , เต่าหับ , เต่านาอีสาน , ตะพาบสวน , งูหลาม , งูเหลือม ,งูจงอาง , งูเห่าหม้อ , งูสิงธรรมดา , งูกะปะ
และ งูสามเหลี่ยม เป็นต้น

4 สัตว์น้ำ สำรวจโดยวิธีการสอบถามข้อมูลจากราษฎรในพื้นที่ ที่พบกว่า 20 ชนิด เช่น กุ้งฝอย , ปูนา , ปูหิน , ปลากดคัง , ปลาชะโด ,ปลาช่อน ปลาก้าง หรือ ปลากั้ง , ปลาสร้อยขาว , ปลาซิวแก้ว , ปลาบู่ทราย หรือ ปลาบู่ทอง , ปลากระทิง ,ปลาหลดจุด , ปลากระดี่หม้อ , ปลาหางนกยูง , และหอยขม, เป็นต้น

5 นก สำรวจโดยวิธีการสอบถามข้อมูลจากราษฎรในพื้นที่ ที่พบกว่า 40 ชนิด เช่น นกกระปูดใหญ่ , นกกาเหว่า , นกกะรางหัวขวาน ,นกกางเขนบ้าน , นกเอี้ยงถ้ำ , นกแซงแซวหางปลา , นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ , นกเด้าดินทุ่งเล็ก , นกขมิ้นน้อยธรรมดา , และนกปรอดหัวสีเขม่า เป็นต้น

ชนิดของป่า สภาพป่า และพันธ์ุพืช
10.1 ป่าเบญจพรรณหรือป่าผสมผลัดใบ (MIXED DECIDUOUS FOREST)
สังคมพืชป่าเบญจพรรณบริเวณที่สำรวจพบพรรณไม้ในวงศ์ LEGUMMINOSAE ซึ่งพบมากที่สุด ได้แก่ ประดู่ป่า (Pterocarpus macrocarpus Kurz) แดง (Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub.) สาธร (Millettia leucantha Kurz var.) มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib) และทองหลางป่า (Erythrina subumbrans (Hassk.) Merr.) เป็นต้น รองลงมาคือวงศ์ RUBIACEAE ได้แก่ หมักหม้อ (Rothmannia eucodon (K.Schum.) Bremek.) ยอป่า (Morinda coreia Ham.) กระทุ่มบก (Anthocephalus chinensis (Lam.)) ขว้าว (Haldina cordifolia (Roxb.) Ridsdale) และส้มกบ (Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb.) เป็นต้น และวงศ์ EUPHORBIACEAE ได้แก่ เปล้าใหญ่ (Croton poilanei Gagnep.) ขันทองพยาบาท (Suregada multiflorum (A.Juss.) Baill.) เป็นต้น ไผ่ที่พบขึ้นกระจายในพื้นที่ ได้แก่ ไผ่ไร่ (Gigantochloa albociliata (Munro) Munro) ไผ่รวก (Thyrsostachys siamensis Gamble) และไผ่ซางนวล (Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees) เป็นต้น พืชพื้นล่างและพืชล้มลุกที่พบ ได้แก่ สาบเสือ (Chromolaena odoratum (L.) R.M. King & H.Rob.) หนอนตายอยาก (Stemona tuberosa Lour.) คนทา (Harrisonia perforata (Blanco) Merr.) หนามเล็บแมว (Capparis tenera Dalzell) ลิเภาหางไก่ (Lygodium circinatum (Burm. f.)) เร่ว (Amomum uliginosum K.D. Koenig) ผักแว่นผีเสื้อ (Oxalis corniculata L.) และบุกอีรอก (Amorphophallus brevispatus Gagnep.) เป็นต้น ป่าเบญจพรรณสามารถพบได้บริเวณที่ราบเชิงเขา และตามไหล่เขา ที่มีสภาพดินค่อนข้างลึก และมีดินขลุยไผ่กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งสามารถพบไผ่กระจายทั่วพื้นที่เป็นจำนวนมาก

10.2 ป่าเต็งรัง หรือป่าแดง ป่าแพะ ป่าโคก (DECIDUOUS DIPTEROCARP FOREST)
สำรวจพบตามที่ราบเชิงเขาและบนที่ลาดชันจนถึงระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 500 เมตร สภาพพื้นที่มีลักษณะแห้งแล้ง หน้าดินตื้น มีก้อนหินและกรวดปะปนเป็นจำนวนมาก ระบายน้ำดี มีหินโผล่กระจายอยู่ทั่วไป มีพันธุ์ไม้เด่นที่สำคัญ คือ วงศ์ไม้ยาง (DIPTEROCARPACEAE) ได้แก่ เต็ง (Shorea obtusa Wall. ex Blume) รัง (Shorea siamensis Miq.) เหียง (Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq.) พลวง (Dipterocarpus tuberculatus Roxb.) และกระบาก (Anisoptera costata Korth.) เป็นต้น ไม้เด่นดังกล่าวจะพบได้ทุกพื้นที่ โดยมีเรือนยอดเด่นปกคลุมไม่น้อยกว่า 60 - 80 % ของพื้นที่ ส่วนไม้ในวงษ์อื่น พบกระจายทั่วไปในพื้นที่ เช่น ประดู่ป่า (Pterocarpus macrocarpus Kurz) ตะแบกแดง (Lagerstroemia calyculata Kurz) มะพอก (Parinari anamense Hance) ติ้วขน (Cratoxylum formosum (Jack)) มะกอกเกลื้อน (Canarium subulatum Guillaumin) แสลงใจ (Strychnos nux-vomica L.) ยอป่า (Morinda coreia Ham.) กระบก (Irvingia malayana Oliv. ex A.W.Benn.) ก่อแพะ (Quercus kerrii Craib) และ รักใหญ่ (Gluta usitata (Wall.) Ding Hou) เป็นต้น พืชพื้นล่างและพืชล้มลุกต่างๆ ในป่าเต็งรังประกอบด้วย เพ็ก (Vienamosasa pusilla (A. Chev. & A. Camus) T. Q. Nguyen) กระเจียวแดง (Curcuma sp.) กระเจียวขาว (Curcuma parviflora Wall.) กราวเครือแดง (Butea superba Roxb.) กลอยข้าวเหนียว (Dioscorea hispida Dennst.) หนามเล็บแมว (Capparis tenera Dalzell) เถาส้มกุ้ง (Illigera trifoliata (Griff.) Dunn cucullata (Merr.) Kub) ดุสิตา (Utricularia delphinioides Thorel ex Pellegr.) สาบเสือ (Chromolaena odoratum (L.) R.M. King & H.Rob.) ส้มลม (Aganonerion polymorphum Pierre ex spire) และกระดูกอึ่ง (Dendrolobium lanceolatum (Dunn) Schindl.) เป็นต้น ในฤดูแล้ง พืชพื้นล่างและพืชล้มลุกต่างๆ จะแห้งและทิ้งใบจนหมดทำให้เป็นเชื้อเพลิง และเกิดไฟไหม้ป่าเป็นประจำทุกปี

10.3 ป่าดิบแล้ง (DRY EVERGREEN FOREST)
สำรวจพบตามสองฝั่งของลำห้วยตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้นสูง สภาพดินค่อนข้างลึกพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่าดิบแล้ง ติดต่อกันกับพื้นที่ป่าเบญจพรรณ บ่อยครั้งพรรณไม้ในป่าดิบแล้ง มักไม่ทนไฟ ดังนั้น หากไม่สามารถป้องกันไฟป่าในป่าดิบแล้งได้ จะทำให้สภาพป่าดิบแล้งเหลือน้อยลง เพราะพรรณไม้ในป่าเบญจพรรณจะแพร่ขยายเข้าไปในป่าดิบแล้งมากขึ้น เพราะพรรณไม้ในป่าเบญจพรรณ จะสามารถทนไฟได้ดีกว่า เมื่อไม้ใหญ่ตายลง จะพบไม้พลัดใบ หญ้าและไผ่ชนิดต่างๆ แพร่พันธ์เข้ามาแทนที่ ลักษณะต้นไม้ในป่าดิบแล้ง ลำต้นมักตรงและเปลือกค่อนข้างเรียบ ไม่ทนไฟ สังคมพืชป่าดิบแล้งบริเวณที่สำรวจพบพรรณไม้ในวงศ์ LEGUMMINOSAE ซึ่งพบมากที่สุด ได้แก่ มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib) แดง (Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub.) ทองหลางป่า (Erythrina subumbrans (Hassk.) Merr.) และ เขลง (Dialium cochinchinense Pierre) รองลงมาคือวงศ์ MELIACEAE ได้แก่ ตาเสือ (Aglaia gigantea (Pierre) Pellegr.) ยมหิน (Chukrasia tabularis A. Juss.) และกัดลิ้น (Walsura trichostemon Miq.) เป็นต้น ส่วนไม้ในวงษ์อื่น พบกระจายทั่วไปในพื้นที่ เช่น ยางโดน (Polyalthia asteriella Ridl.) ปอขี้แฮด (Goniothalamus laoticus (Finet & Gegnep.) Ban) ตะเคียนหิน (Hopea ferrea Laness) กระบาก (Anisoptera costata Korth.) นางดำ (Diospyros venosa Wall. ex A.DC.) มะเกลือ (Diospyros mollis Griff.) กระบก (Irvingia malayana Oliv. ex A.W.Benn.) กระโดน (Careya arborea Roxb.) และตะคร้อ (Schleichera oleosa (Lour.) Oken) เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบพรรณไม้ขนาดเล็กในป่าดิบแล้งที่ขนาดความสูงน้อยกว่า 15 เมตร เช่น ข่อยหนาม (Streblus ilicifolius (Vidal) Corner) ไผ่ไร่ (Gigantochloa albociliata (Munro) Munro) ปอหูช้าง (Firmiana colorata (Roxb.) R.Br.) อบเชย (Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet) พลับพลา (Microcos paniculata L.) และขี้หนอน (Schoepfia fragrans Wall.) เป็นต้น พืชพื้นล่างและพืชล้มลุกที่พบในป่าดิบแล้งบริเวณที่สำรวจ เช่น ข่อยหนาม (Streblus ilicifolius (Vidal) Corner) ข่าป่า (Alpinia malaccensis (Burm.) Roscoe) เปราะหอม (Kaempferia galanga L.) บุกอีรอก (Amorphophallus brevispatus Gagnep.) และกระชายป่า (Globba Sp.)

10.4 ป่าละเมาะเขาต่ำ (LOWER MONTANE SCRUB)
สำรวจพบตามลานหิน โขดหิน ที่มีหน้าดินตื้น หรือพบตามซอกหิน สภาพเป็นป่าโล่งไม้ยืนต้นแคระแกรน มีความสูง 3 – 8 เมตร ขึ้นอยู่ห่างๆ สลับกับไม้พุ่มที่มีความสูงระหว่าง 0.3 – 3 เมตร บางแห่งพบไม้พุ่มขนาดเดียวกันขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ขึ้นเป็นย่อมๆ กระจายอยู่ทั่วไป เป็นสังคมพืชทดแทน เนื่องจากอิทธิพลของป่าไม้ หรืออิทธิพลของสภาพพื้นดิน หินที่เกิดจากการกัดเซาะ ทัศนียภาพโดยทั่วไปของป่าละเมาะเขาต่ำ คล้ายกับสวนประดิษฐ์ หรือสวนหิน พรรณไม้ที่พบในป่าละเมาะเขาต่ำ เช่น เหมือดหอม (Symplocos racemosa Roxb.) เหมือดแอ (Memecylon pauciflorum Blume) ยางเหียง (Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq.) เหมือดหลวง (Symplocos cochinchinensis (Lour.)) ก่อตลับ (Quercus ramsbottomii A.Camus) และหนามแท่ง (Catunaregam tometosa (Blume ex DC.) Tirveng.) เป็นต้น บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ จะพบมอส ขึ้นปกคลุมตามก้อนหินและเปลือกของต้นไม้ พืชพื้นล่างและพืชล้มลุกที่พบในบริเวณที่สำรวจ เช่น ดุสิตา (Utricularia delphinioides Thorel ex Pellegr.) จอกบ่อวาย (Drosera burmanni Vahl) ดอกดินแดง (Aeginetia indigo L.) เปราะหอม (Kaempferia galanga L.) เฟินก้านดำ (Adiantum stenochlamys Baker) หนอนตายหยาก (Stemona tuberosa Lour.) หญ้าไข่เหา (Cyrtococcum patens (L.) A. Camus) และหญ้าข้าวก่ำ (Burmannia distica L.) เป็นต้น

10.5 ป่าเต็งรัง – ไม้สน (PINE- DECIDUOUS DIPTEROCARP FOREST)
สำรวจพบบริเวณภูเขาสูงที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 500 – 600 เมตร บริเวณที่สำรวจพบในพื้นที่ได้แก่บริเวณภูแปลก ท้องที่บ้านสนามชัย ตำบลกุดแห่ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 500 – 600 เมตร พบไม้สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. & De Vriese) ขึ้นอยู่ปะปนในชั้นเรือนเด่นกระจัดกระจายและมีความสูงเด่นกว่าเรือนยอดชั้นบนของป่าเต็งรัง พรรณไม้เด่นได้แก่ สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. & De Vriese) ยางเหียง (Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq.) ยางพลวง (Dipterocarpus tuberculatus Roxb.) ก่อแพะ (Quercus kerrii Craib) ก่อตลับ (Quercus ramsbottomii A.Camus) เต็ง (Shorea obtusa Wall. ex Blumea) รัง (Shorea siamensis Miq.) เหมือดหอม (Symplocos racemosa Roxb.) เหมือดเกลี้ยง (Aporusa stellifera Hook. f.) ทะโล้ (Schima wallichii (DC.) Korth.) รักใหญ่ (Gluta usitata (Wall.) Ding Hou) และ ตีนนก (Vitex pinnata L.) เป็นต้น

การเดินทาง
การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดขอนแก่น ถึงจังหวัดอุดรธานี ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร

1 เส้นทางเข้าสู่ภูผาเวียง (ภูซางใหญ่) ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากอยและป่านากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 ผ่านตัวจังหวัดหนองบัวลำภู ถึงบ้านไทยนิยม ตำบลนาเหล่า อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เลี้ยวขวาไปทางบ้านนาแก ต.นาแก อ.นาวัง แล้วเลี้ยวขวาไปทางบ้านผาเวียง ต.นาแก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ถึงพื้นที่ภูผาเวียง (ภูซางใหญ่) ระยะทางประมาณ 120 กม.

2 เส้นทางเข้าสู่ภูรัง (ถ้ำเอราวัณ) ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกผาดำ ป่าโคกหนองข่า และป่าภูบอบิด ท้องที่ตำบลนาดอกคำ ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 ผ่านตัวจังหวัดหนองบัวลำภู ถึงบ้านโนนภูทอง ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เลี้ยวขวาเข้าวัดถ้ำเอราวัณ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร

3 เส้นทางเข้าสู่ภูผาแดง และภูพระบาทบัวบาน ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ จังหวัดอุดรธานี จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางตามเส้นทางหมายเลข 2263 ถึงตัวอำเภอกุดจับเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางเดิม ถึง อบต.หนองแวง เลี้ยวซ้ายไป อ.สุวรรณคูหา ถึงบ้านกุดผึ้ง อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เดินทางไปยังบ้านนาอ่าง ตำบลจำปาโมง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของวนอุทยานภูผาแดง ประมาณ 80 กม.

4 เส้นทางเข้าสู่ภูพานน้อย ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ จังหวัดอุดรธานี จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางตามเส้นทางหมายเลข 2263 ถึงตัวอำเภอกุดจับ เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 2314 เข้าสู่ภูพานน้อย บริเวณบ้านห้วยยางคำ ตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของวนอุทยานภูหินจอมธาตุ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร

5 เส้นทางเข้าสู่ภูผากูก (ถ้ำสุวรรณคูหา) ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากอยและป่านากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางตามเส้นทางหมายเลข 2263 ถึงตัวอำเภอกุดจับเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางเดิม ถึง อบต.หนองแวง เลี้ยวซ้ายไป อ.สุวรรณคูหา ถึงอำเภอสุวรรณคูหา แล้วเดินทางต่อไปตามทางหลวงชนบาทเลขที่ 2352 เลยวัดถ้ำสุวรรณคูหา บ้านคูหาพัฒนา ก็จะเข้าสู่ภูผากูก ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร

6 เส้นทางเข้าสู่ภูผายา (แหล่งโบราณคดีภูผายา) ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากอยและป่านากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู จากจังหวัดอุดรธานี เดินทางตามเส้นทางหมายเลข 2263 ถึงตัวอำเภอกุดจับเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางเดิม ถึง อบต.หนองแวง เลี้ยวซ้ายไป อ.สุวรรณคูหา ถึงอำเภอสุวรรณคูหา แล้วเดินทางต่อไปตามทางหลวงชนบาทเลขที่ 2352 ถึงบ้านวังหินเหนือ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา เลี้ยวซ้าย ไปทางบ้านโชคชัย ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ถึงภูผายา ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร


แผนที่เส้นทาง

ภาพทิวทัศน์

แผนที่ผังบริเวณ

สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์