หน้าแรก | จองที่พักออนไลน์ | เว็บไซต์กลางสำนักอุทยานแห่งชาติ | สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้เข้าชม : 17055446 คน | อาทิตย์ 18 พฤศจิกายน 2561  
     
 
ข่าวจากพื้นที่อนุรักษ์
button ร่วมแสดงความคิดเห็น กรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขยายเวลาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
[9 ต.ค. 2561]
button อทยานแห่งชาติตาดโตน “ป่ารักษ์น้ำ โล่ใหญ่ชัยภูมิ” คืนผืนป่าโล่ใหญ่ สู่พงไพรชัยภูมิ
[28 ก.ย. 2561]
button โครงการ “ทำความดีด้วยใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม”
[26 ก.ย. 2561]
button ลูกเสือพิทักทักษ์ป่า (SCOUT RANGER) อุทยานแห่งชาติตาดโตน จังหวัดชัยภูมิ
[21 ก.ย. 2561]
button ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป สำนักอุทยานแห่งชาติ
[14 ก.ย. 2561]
button โครงการสัมมนาเครือข่ายเพื่อการอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติตาดโตน ประจำปีงบประมาณ 2561
[24 ส.ค. 2561]
button ผลการตัดสินรางวัล โครงการประกวดหมู่บ้านส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (สสอ.) ดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
[27 ส.ค. 2558]
button สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 จัดประชุม "คณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อน (Road Map) ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน"
[19 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน จัดงานพิธีรวมใจคืนผืนป่า
[16 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม
[16 ส.ค. 2558]
 
     

     
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย
 
     

     
 
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว
 
     

     
 
กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม เอกสารเผยแพร่
button แผนงาน/โครงการ ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้เงินรายได้เพื่อบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ จำแนกตามแผนปฏิรูปอุทยานแห่งชาติ 20 ปี
[2 พ.ย. 2561]
button รายงานประจำปี 2560
[17 ต.ค. 2561]
button แผนที่อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย
[14 ก.ย. 2561]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2560.
[29 ธ.ค. 2559]
button คำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 2698/2559 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยว
[20 ธ.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ เรื่อง รายละเอียดแบบสำรวจห้องน้ำ-สุขา
[13 ต.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ
[29 ก.ย. 2559]
button แบบฟอร์ม แบบจัดทำข้อมูลกรอบความต้องการงบลงทุน
[22 ก.ค. 2559]
button แบบฟอร์มสำรวจข้อมูลครุภัณฑ์เรือที่ใช้ประจำอุทยานแห่งชาติ
[29 มิ.ย. 2559]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง การปรับลดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
[1 มิ.ย. 2559]
 
     

ข้อมูลทั่วไป
เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ อยู่บริเวณหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ระยะทางประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที เพื่อชมตอไม้จันทน์หอม ที่ใช้สำหรับจัดทำพระโกศงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สภาพภูมิอากาศ/ช่วงเวลาในการท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีภูมิอากาศจัดอยู่ในประเทศฝนเมืองร้อน เฉพาะฤดู (Tropical Savannah Climate) กล่าวคือ อุณหภูมิจะสูงตลอดทั้งปี และมีช่วงแล้งที่เห็นได้ชัดในรอบปี ทั้งนี้ตามระบบการจำแนกทางภูมิศาสตร์ ลักษณะข้างต้นเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งชื้นแล้ง โดยมีช่วงกลางวันยาวในฤดูร้อน และกลางวันสั้นในฤดูหนาว จะมีช่วงที่มีน้ำมากเกินเพียงพอเป็นระยะเวลาสั้นๆ หรือไม่มีเลย มีฤดูใหญ่อยู่ 3 ฤดู คือ
 ฤดูฝน
จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นระยะเวลาประมาณ 7 เดือน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย โดยฝนจะหนักในเดือนพฤษภาคม แล้วฝนจะทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นฝนจะตกหนักในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน

 ฤดูหนาว
เริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้จะพัดมาจากบริเวณความกดอากาศสูงในทะเลจีนใต้ซึ่งจะพัดเอาความร้อนชื้นมา
 ฤดูร้อน
เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยระยะนี้เป็น ช่วงรอยต่อของฤดูลมมรสุมหลังจากสิ้นฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อน และมีอากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่ไม่ร้อนมากนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้ำจากทะเลทำให้อากาศคลายร้อนลงไปมาก

ภาพแหล่งท่องเที่ยว
ไม้จันทน์หอมยืนต้นตาย ต้นที่1 เส้นรอบวง 170 ซม. สูง 6 เมตร คิดเป็นปริมาตรไม้ 1.38 ลบ.ม. ผลการคำนวณอายุไม้โดย เทคนิครุทขกาลวิทยา มหาวิทายาลัยเกษตรศาสตร์ ไม้จันทน์หอมต้นที่ 1 มีอายุ 142 ปี อัตราการเติบโตเฉลี่ย 4 มิลลิเมตรต่อปี
ไม้จันทน์หอมยืนต้นตาย ต้นที่2 เส้นรอบวง 100 ซม. สูง 5 เมตร คิดเป็นปริมาตรไม้ 0.40 ลบ.ม. อายุ 118 ปี อัตราการเติบโตเฉลี่ย 3 มิลลิเมตรต่อปี
ไม้จันทน์หอมยืนต้นตาย ต้นที่3 เส้นรอบวง 117 ซม. สูง 6 เมตร คิดเป็นปริมาตรไม้ 0.69 ลบ.ม. มีอายุ 110 ปี อัตราการเติบโตเฉลี่ย 3.9 มิลลิเมตรต่อปี
การทำพิธีบวงสรวงเพื่อตัดไม้จันทน์หอม ในวันที่ 20 มกราคม 2551
เครื่องบวงสรวง ที่ใช้ประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อตัดต้นไม้จันทร์หอม
ดำเนินการตัดไม้จันทน์หอมวันที่ 25 มกราคม 2551
การขนย้ายไม้จันทน์หอมจากในป่ามายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
เริ่มแปรรูปไม้ ในวันที่ 25 ม.ค. 51 ทำการแปรรูปเสร็จ วันที่ 30 มกราคม 2551 ได้ไม้แปรรูปทั้งสิ้น 130 แผ่น/ชิ้น ปริมาตรรวม 1.55 ลูกบาศก์เมตร
ขบวนแห่เคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมแปรรูปไปยังสำนักนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑล สาย 5 นครปฐม วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆและประชาชนเข้าร่วมพิธีก่อนการเคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอม
พระโกศไม้จันทน์
ลักษณะทางนิเวศวิทยาของไม้จันทน์หอม
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Mansonia gagei Drumm.
วงศ์ :STERCULIACEAE
ชื่ออื่น : จันทน์ จันทน์ชะมด (ประจวบคีรีขันธ์) จันทน์ขาว จันทน์พม่า จันทน์หอม(ภาคกลาง)
ลักษณะทางนิเวศวิทยา ไม้จันทน์หอม
ไม้จันทน์หอมเป็นไม้มีค่าที่หายากชนิดหนึ่ง จัดเป็นไม้มงคลชั้นสูง ใช้ในพระราชประเพณี ตั้งแต่สมัยโบราญมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชประเพณีเกี่ยวกับพระบรมศพ โดยเอาไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายเองตามธรรมชาติ ซึ่งเนื้อไม้จะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาสร้างพระรองประดับพระโกศพระบรมศพ ตลอดจนใช้ทำฟืนหรือดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ไม้จันทน์หอมเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อไม้แข็ง ละเอียด กะพี้สีน้ำตาลอ่อน นิยมใช้สร้างบ้าน หรือตำหนักของเจ้านายสมัยก่อน เนื้อไม้มีกลิ่นหอม สามารถนำมากลั่นเป็นน้ำหอม ใช้ทำเครื่องหอม ธูปหอม ตลอดจนเป็นยาสมุนไพร ได้อีกด้วย
ลักษณะทั่วไปของไม้จันทน์หอม
ไม้จันทน์หอมเป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ ๓๐ เมตร เรือนยอดเป็น รูปกรวยต่ำ ๆ หรือเป็นพุ่มกลมค่อนข้างโปร่ง พบขึ้นกระจายอยู่ห่าง ๆ กัน ตามป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณขึ้นทั่วไป เว้นแต่ทางภาคเหนือ และอาจพบขึ้นกระจัดกระจายอยู่ตามภูเขา หินปูน พบใน
จังหวัดนครราชสีมา สระบุรี ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ในต่างประเทศพบในพม่า และอินเดีย และมีลักษณะทางวนวัฒนะพอสังเขป ดังนี้
ลำต้น มีลักษณะเปลา ตรง เปลือกสีเทาอมขาวหรือเทาอมนำตาล แตกเป็นร่องเปลือกชั้นในเมื่อถากใหม่ๆจะมีสีขาว ทิ้งไว้แห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
ใบ เป็นใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ ทรงใบรูปมนแกมรูปหอก แขนงใบออกสีดำ ท้องใบมีขนสีอ่อนๆ ประปราย หลังใบเกลี้ยง ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยห่างๆ ขนาดใบ 3-6 ซม. ยาว 8-14 ซม. โคนใบตัดหรือเว้าเข้าเล็กน้อย และจะเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบสอบสอบแหลมทู่ๆ เนื้อใบค่อนข้างหนา ใบอ่อนมีขนประปราย ใบแห้งออกสีเขียวอ่อนๆ เส้นใบออกจากจุดโคนใบ 3 เส้น เส้นแขนงใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 5-10 มิลลิเมตร มีขนประปราย และจะออกสีดำคล้ำเมื่อใบแห้ง
ดอก เป็นดอกขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อนๆหรือสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อยาวประมาณ 15 ซม. โดบกลีบฐานดอกติดกันเป็นเป็นรูปเหยือก ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก ทั้งหมดยาว 10-13 มิลลิเมตร เกสรตัวผู้มี 10 อัน และในจำนวนนี้ จะมีเกสรตัวผู้เทียม 5 อัน รังไข่มร 5 พู รวมเบียดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ มีขนคลุมแน่น แต่ละพูเป็นอืสระแก่กัน และต่างก็มีหลอดท่อรังไข่ 1 หลอด ในแต่ละพูมีช่อเดียว และมีไข่อ่อน 1 หน่วย ออกดอกระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน
ผล เป็นผลประเภทแห้งแก่แล้วไม่แตก มีปีกเดียว ผลอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่มีสีเหลืองอ่อนเป็นสีน้ำตาลผลมักติดกันเป็นคู่ๆ แต่ไม่ติดเป็นเนื้อเดียวกัน ทรงผลรูปกระสวยเล็กๆ กว้าง 5-7 มิลลิเมตร ยาว 10-15 มิลลิเมตร ก้านยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีจำนวนผลเฉลี่ย 2,643ผล/กิโลกรัม และผลจะแก่ประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคม
เมล็ด มีเปลือกบางๆหุ้มภายในผล ผลหนึ่งมี 1 เมล็ด จำนวนเมล็ดเฉลี่ย 3,565 เมล็ด/กิโลกรัม ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเมล็ดประมาณเดือน มกราคม (ข้อมูลอ้างอิงจาก สถานีวนวัฒนวิจัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2551)
ลักษณะเนื้อไม้ มีสีน้ำตาลอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เป็นไม้เนื้อแข็ง เลื่อย ไสกบ ตบแต่งง่าย ส่วนแก่นมีสีน้ำตาลเข้ม มีความถ่วงจำเพาะ ประมาณ 0.93 (กรมป่าไม้ ,2526)
ประโยชน์
เนื้อไม้ กระพี้ สีขาว แก่นสีน้ำตาลเข้ม ไสกบตบแต่งง่าย ไม้ที่ตายเองจะมีกลิ่นหอม ใช้ทำหีบใส่เสื้อผ้า เครื่องกลึง เครื่องแกะสลัก ทำหวี ดอกไม้จันทน์ ธูป น้ำมันหอมที่ได้จากการกลั่นชิ้นไม้ ใช้ปรุงเครื่องหอม และเครื่องสำอาง ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ เนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้โลหิตเสีย แก้กระหายน้ำและอ่อนเพลีย
สถานภาพ
โดยทั่วไปเป็น พืชหายาก ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นแหล่งอนุรักษ์สายพันธุ์ตามธรรมชาติของไม้จันทน์หอม โดยพบเป็นหมู่ไม้ขนาดใหญ่ เปลาตรง



เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับไม้จันทน์หอม และพิธีกรรมต่างๆ ที่ใช้สำหรับจัดทำพระโกศงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แก่นักท่องเที่ยว
... เปิดอ่าน 13253 ครั้ง