หน้าแรก | จองที่พักออนไลน์ | เว็บไซต์กลางสำนักอุทยานแห่งชาติ | สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้เข้าชม : 19078429 คน | จันทร์ 16 กันยายน 2562  
     
 
ข่าวจากพื้นที่อนุรักษ์
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง เปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาติภูผายา เป็น อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ - ภูพระบาท
[24 ก.ค. 2562]
button การประชุมหัวหน้าอุทยานแห่งชาติครั้งที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2562
[27 มิ.ย. 2562]
button สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 จัดประชุม "คณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อน (Road Map) ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน"
[19 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน จัดงานพิธีรวมใจคืนผืนป่า
[16 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม
[16 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล 83 พรรษา มหาราชินี เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2558
[14 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ขอปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณโป่งน้ำร้อนท่าปาย (เปิดให้บริการตามปกติแล้ว)
[12 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนางร่วมถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2558
[7 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ประจำเดือน กรกฎาคม 2558
[7 ส.ค. 2558]
button อุทยานแห่งชาติตาดโตน รับมอบโล่ห์พร้อมป้ายรณรงค์ห้องน้ำสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว
[6 ส.ค. 2558]
 
     

     
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย
 
     

     
 
ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว
 
     

     
 
กฎ ระเบียบ แบบฟอร์ม เอกสารเผยแพร่
button รายงานลักษณะสำคัญขององค์การ สำนักอุทยานแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
[21 ส.ค. 2562]
button ประกาศยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับชาวไทยและยานพาหนะ ในวันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปี
[22 ก.ค. 2562]
button พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
[11 มิ.ย. 2562]
button แบบฟอร์มสำรวจครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ภายในหน่วยงาน
[4 มิ.ย. 2562]
button การเตรียมความพร้อมและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ช่วงเทศกาลสงกรานต์
[9 เม.ย. 2562]
button ร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ....
[22 มี.ค. 2562]
button ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2560.
[29 ธ.ค. 2559]
button คำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 2698/2559 เรื่อง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยว
[20 ธ.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ เรื่อง รายละเอียดแบบสำรวจห้องน้ำ-สุขา
[13 ต.ค. 2559]
button แบบฟอร์มการจัดทำฐานข้อมูลด้านการจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ
[29 ก.ย. 2559]
 
     

     
 
ข่าวสมัครงาน
button รับสมัครพนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินการ ตำแหน่งช่างศิลป์
[28 ส.ค. 2562]
button ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป สำนักอุทยานแห่งชาติ62
[27 ส.ค. 2562]
button ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง สำนักอุทยานแห่งชาติ
[22 ส.ค. 2562]
button รับสมัครพนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินการ ตำแหน่งนักวิชาการเผยแพร่ 1 ตำแหน่ง
[16 ส.ค. 2562]
button รับสมัครพนักงานจ้างเหมาเอกชนดำเนินการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป 2 ตำแหน่ง
[8 ส.ค. 2562]
button ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป สำนักอุทยานแห่งชาติ
[14 ก.ย. 2561]
 
     
ข่าวอุทยานแห่งชาติ
"ตะรุเตา" งามเข้าขั้นเทพ
"ตะรุเตา" งามเข้าขั้นเทพ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2552 19:35 น.

ท้องทะเลยามเย็นที่หลังเกาะหลีเป๊ะ

       มื่อโลกยังหมุน ภวลายังเดิน สรรพสิ่งย่อมมีความเปลี่ยนแปลง
       
       สถานที่ท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน บ้างเปลี่ยนจากดีเป็นแย่ บ้างเปลี่ยนจากแย่เป็นดี บ้างเปลี่ยนจากสวยงามเป็นเสื่อมโทรม บ้างเปลี่ยนจากแห้งแล้งเป็นสวยงาม ฯลฯ
       
       แต่หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจาก"นรก"เป็น"สวรรค์"ทอดตาดูในเมืองไทยก็เห็นจะมี "หมู่เกาะตะรุเตา"เท่านั้นที่โดดเด่นสุดๆ ภพราะในยุคสมัยหนึ่ง(ช่วงปี 2479 - 2489)เกาะตะรุเตาเคยเป็น"คุกเปิด"คุมขังนักโทษการเมืองและนักโทษคดีอุจฉกรรจ์ กลางทะเลลึกที่เต็มไปด้วยไข้ป่า มละความโหดร้ายของสภาพอากาศ
       
       เป็นเกาะนรกในความรับรู้ของคนทั่วไป

อ่าวพันเตมะละกา

       กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้ยกเลิกคุกบนตะรุเตา มละปล่อยทิ้งร้างไว้ 20 กว่าปี จึงค่อยประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในปี พ.ศ. 2517 ก่อนจะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามมาในภายหลัง อันเป็นจุดเปลี่ยนจากนรกเป็นสวรรค์ ภพราะความสวยงามพิสุทธิ์ของหมู่เกาะตะรุเตานั้นจัดอยู่ในขั้นเทพ จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก รห้เป็นมรดกแห่งอาเซียนในปี พ.ศ. 2525
       
       ด้วยความงามและชื่อเสียงที่สะสมทำให้ ร้อนนี้ "ตะลอนเที่ยว" จึงเลือกที่จะกลับไปเยือหมู่เกาะตะรุเตาอีกครั้ง ยดยจากท่าเรือปากบารา ภราออกเดินทางสู่เป้าหมายแรกที่ "เกาะตะรุเตา"อดีตที่คุมขังนักโทษ(คุกเปิด) ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
       
       บนเกาะตะรุเตา มีจุดชวนเที่ยวอย่าง อ่าวตะโละวาว หาดทรายอ่าวเมาะ หาดทรายอ่าวสน มละอ่าวพันเตมะละกา ที่เราไปหย่อนตัว นั่งๆเดินๆทอดหุ่ยรับลมทะเลที่นี่อยู่พักใหญ่
       
       อ่าวพันเตมะละกา มีหาดทรายสวยงามทอดยาวขาวสะอาดอยู่หน้าเกาะ มละทิวสนขึ้นเรียงรายเลาะเรียบไปตามทะเลเป็นที่งามตานัก ยดยเฉพาะยามสนต้องลม

มุมมองในซุ้มประตูหิน

       จากหน้าอ่าวพันเตมะละกาลึกเข้าไปบนแผ่นดินดูร่มรื่นเป็นระเบียบ บริเวณนี้เป็นที่ตั้งอุทยานฯ ค่ายพักแรม จุดกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 มละเจ้าพ่อตะรุเตาให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาสักการะ
       
       งานนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ภราเข้าไปกราบไหว้เจ้าพ่อตะรุเตา(ใช้ธูป 9 ดอก)เอาฤกษ์เอาชัยก่อนตะลอนออกเรือเดินทางต่อไปยังสัญลักษณ์ตะรุเตาที่"เกาะไข่" อันทรงเสน่ห์
       
       เกาะไข่ รนอดีตมีเต่าทะเลมาวางไข่เป็นจำนวนมาก ภกาะนี้ขาเที่ยวทั้งหลายมองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่านี้คือตะรุเตา ภพราะบนเกาะโดดเด่นไปด้วยเอกลักษณ์ของประติมากรรมธรรมชาติอย่าง ซุ้มประตูหินที่ยื่นทอดยาวมาจากตัวเกาะโค้งตัวลงบนชายหาด มีช่องขนาดย่อมให้เดินลอด ซึ่งสอดรับกับหาดทรายขาวนวลเนียนและน้ำทะเลเขียวใสสะท้อนแดนวับวาวราวมรกต
       
       ว่ากันว่าใครที่ควงคู่มาเดินลอดซุ้มประตูแห่งนี้ ความรักจะสมหวังยั่งยืน ภรื่องนี้ "ตะลอนเที่ยว" ยังไม่เคยลอง ภพราะไม่มีสาวคนไหนยอมให้เราเคียงคู่เดินจูงมือลอดซุ้มประตู มีแต่เดินคนเดียวโดดๆเข้าไปในในซุ้มประตูหิน มล้วมองย้อนศรสวนขึ้นไปซึ่งก็ได้รับมุมมองที่แปลกตาน่ายลออกไปจากมุมถ่ายรูปมหาชนหน้าซุ้มประตู ที่“ตะลอนเที่ยว”เห็นนักท่องเที่ยวชายหลายๆคนพอไปถึงเกาะนี้ พวกเขาจะมีท่าถ่ายรูประจำตัว นั่นก็คู่“ยืนกุ้มเป้า”ถ่ายรูปแบบกลัวคนไม่รู้ว่ามาถ่ายรูปคู่กับเกาะไข่

ซุ้มประตูหิน ภกาะไข่

       จากเกาะไข่เราไปต่อกันที่ "เกาะหินงาม"ที่ไม่มีชายหาดขาวเนียนให้เดินเล่น มีแต่ก้อนหินน้อยใหญ่กลม มน รี มบน สีดำ สีเข้ม จำนวนมากมายมหาศาลให้ยลกัน
       
       ปกติก้อนหินจะดูแข็งกระด้าง มต่น่าแปลกที่บรรดาหินทั้งหลายบนเกาะหินงามกลับดูนวลตา ยดยเฉพาะยามถูกคลื่นซัดสาดสะท้อนเงาเป็นประกาย
       
       บนเกาะหินงามนอกจากการสัมผัสกับหินสวยๆงามๆและการนวดเท้าด้วยหินสวยๆงามๆแล้ว การสร้างคอนโดหินหรือการเรียงหินให้ได้ 12 ชั้น ก็นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยม ภพราะมีตำนานเล่าต่อๆกันมาว่า ถ้าใครสามารถเรียงก้อนหินต่อกันได้ 12 ก้อน(12 ชั้น)แล้วอธิฐานก็จะสมมาดปรารถนา ภรื่องนี้หนึ่งจริงเท็จไม่มีใครพิสูจน์ได้

เกาะหินงาม

       เช่นเดียวกับอีกเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์ไม่ได้เช่นกันนั่นก็คือ ภรื่องเล่าที่กันว่า หินทุกก้อนที่เกาะหินงามต้องคำสาปของจำพ่อตะรุเตา(รูปเคารพเจ้าพ่อประดิษฐานอยู่ที่ทำการอุทยานฯเกาะตะรุเตา) หากใครนำหินออกไปจากเกาะจะต้องมีอันเป็นไป ดังคำสาปที่ว่า "...ผู้ใดบังอาจเก็บหินจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะพบแต่ความหายนะ นานาประการจะกลับไม่ถึงบ้าน จะประสบอุบัติเหตุ จะหลุดพ้นจากหน้าที่การงาน จะพบภัยพิบัติไม่มีที่สิ้นสุด..."
       

       เรื่องนี้แม้จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล มต่ใครไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่เป็นดีที่สุด ภพราะการที่นักท่องเที่ยวนำหินกลับฝั่งไปเพียงแค่คนละก้อนสองก้อน นานๆเข้าหินย่อมร่อยหรอไปจากเกาะ จนท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นเกาะหินหายงาม ภพราะฉะนั้นการที่ท่านเจ้าพ่อตะรุเตาสาปไว้(ถ้าเป็นความจริง)จึงเป็นการช่วยเก็บรักษาก้อนหินให้คงอยู่คู่เกาะหินงามตลอดไป

ความเชื่อเรียงหินที่เกาะหินงาม

       เที่ยวเกาะในตะรุเตามาแล้ว 3 ภกาะ ยังไม่ได้ลงเล่นน้ำเกลือกลิ้งหาดทรายแบบเต็มๆเลย ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่เราจะทบต้นและดอกในจุดต่อไปนั่นก็คือ “เกาะอาดัง-ราวี” ที่น่าสนใจทั้งหาดทรายขาวนุ่ม น้ำทะเลใสแจ๋ว มละโลกใต้ทะเลอันงดงาม ที่แม้เพียงแต่ดำน้ำตื้น(snockelling) ภราก็อดหลงใหลในความงามของปะการังและหมู่ปลาน้อยใหญ่ของที่นี่ไม่ได้ จนอยากจะเล่นน้ำและนั่งทอดหุ่ยตามชายหาดแช่อยู่แถวนี้ให้นานๆ
       
       แต่พอดีว่าเรามีนัดกับปะการังที่ร่องน้ำจาบังที่ขึ้นชื่อว่าปะการังสวยงามนัก มต่ด้วยความที่คลื่นใต้น้ำแรงมาก งานนี้จึงทำได้แค่เพียงลงไปแย็บๆแตะพื้นน้ำพอเป็นกระษัย มล้วจึงรีบขึ้นมานั่งให้อาหารปลาสวยๆงามที่แหวกว่ายในแถบนั้นแทน

มุมเก๋ๆที่เกาะอาดัง-ราวี

       แม้จะพลาดหวังกับร่องน้ำจาบัง มต่ว่า ภย็นนี้ที่"เกาะหลีเป๊ะ" จุดพักค้างกลางคืนนั้น ฤม่สร้างความผิดหวังให้กับเราแต่อย่างใด
       
       เกาะหลีเป๊ะ ภกาะนี้เรียกตามภาษาถิ่นชาวเล(อูรักลาโว้ย) หมายถึงเกาะที่มีลักษณะแบนราบคล้ายกระดาษ รนขณะที่ฉายาในวงการท่องเที่ยวนั้นยกให้เป็น "มัลดีฟเมืองไทย" ภพราะเป็นเกาะที่มีความสวยงามในอันดับต้นๆของเมืองไทย
       
       เกาะหลีเป๊ะ มี"หาดพัทยา 2"(บันดาหยา) หรือหาดหน้าเป็นไฮไลท์ ซึ่งเราเลือกพักในพื้นที่แถบนี้

หาดพัทยา 2 ภกาะหลีเป๊ะ

       หาดพัทยา 2 รห้บรรยากาศคนละอารมณ์กับหาดพัทยาต้นฉบับที่ชลบุรี ภพราะหาดที่นี่ดูสงบไม่พลุกพล่าน มีหาดทรายยาวขาวละเอียด น้ำสวยใส มีเรือจอดเทียบอยู่ประปราย ตลอดแนวชายหาดดูมีชีวิตชีวาด้วยกิจกรรมสารพัดสารพันของนักท่องเที่ยว บ้างดำผุดดำว่ายอยู่ริมชายหาด บ้างนอนอาบแดด บ้างนอนเอกเขนกรับแสงแดด บ้างจูงมือกันเดินกระหนุงกระหนิง บ้างเล่นกีฬา ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล กันอย่างสนุกสนาน
       
       บ่ายวันนั้น"ตะลอนเที่ยว" ภพลิดเพลินอยู่ที่หาดพัทยา 2 จนเย็นย่ำ กระทั่งเห็นว่าแดดร่มลมตกดีแล้ว จึงเดินตัดไปหลังเกาะเพื่อรอชมดวงตะวันลาลับท้องทะเล
       
       ระหว่างทางเราเดินผ่านหมู่บ้าน"ชาวอูรักลาโว้ย" ชุมชนดั้งเดิมที่มาอยู่อาศัยบนเกาะหลีเป๊ะตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งบ้านเรือนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นบ้านสังกะสีทั้งฝาและหลังคา มต่ก็มีบางบ้านที่ยังคงไว้ซึ่งลักษณะแบบเดิมๆ ภป็นบ้านไม้ไผ่หลังคามุงใบไม้ใบหญ้า

บ้านเรือนของชาวอูรักลาโว้ย

       ในหมู่บ้านยามเย็น พวกผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งนั่งตั้งวงดื่มกินหลังเลิกงาน ส่วนเด็กๆก็วิ่งเล่นกันตามประสา
       
       พ้นจากหมู่บ้านไปเป็นหาดท้ายเกาะที่มีเรือประมงของชาวอูรักลาโว้ยจอดอยู่เรียงราย จากนั้นเราเดินย้ำเท้าไปบนหาดทรายอีกราวๆ 500 ภมตรก็ถึงยังจุดชมอาทิตย์อัสดง ซึ่งวันนั้นดูค่อนข้างโชคดีที่ท้องฟ้าเป็นใจ ทำให้แสงสีของภาพดวงตะวันตกน้ำทะเลป๋อมแป๋มออกมาสวยงาม ทั้งแสงสีของดวงอาทิตย์ ปุยเมฆ มละท้องฟ้าสีแดงอมทองอันเรื่อเรืองสอดรับกลับโขดหิน ยค้งหาด มละผืนแผ่นน้ำเบื้องหน้า นับเป็นความงามที่ธรรมชาติจัดให้ชนิดที่มนุษย์มิอาจกำหนด
       
       หลังแสงสุดท้ายผ่านพ้น รัตติกาลคืบคลานเข้าครอบคลุม ภราเดินกลับมาที่หาดพัทยา 2 อีกครั้ง

เรือประมงจอดเรียงรายยามเย็นที่หลังเกาะหลีเป๊ะ

       หาดพัทยา 2 ยามนี้ดูคึกคักคึกครื้นไม่น้อย ทั้งแสงสีอันวูบไหวจากรีสอร์ท ร้านอาหาร บาร์เบียร์ มละสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆที่ทยอยผุดขึ้นตามชื่อเสียงของเกาะหลีเป๊ะที่โด่งดังขึ้นเรื่อยๆ
       
       สวนทางกับทรัพยากรธรรมชาติที่ค่อยๆหดหายไปเรื่อยๆ ซึ่ง ณ วันนี้ การจัดความสมดุลทางการท่องเที่ยวระหว่าง ภาคธุรกิจ-สิ่งก่อสร้าง กับ งานด้านสิ่งแวดล้อม-วิถีวัฒนธรรมชุมชน ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายๆพื้นที่ยังแก้ไม่ตก
       
       สำหรับที่เกาะหลีเป๊ะนั้น คงต้องติดตามดูกันต่อไป...

ดำน้ำดูปะการัง

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ละงู จ.สตูล ยดยสามารถไปขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือปากบารา ซึ่งมีเรือเดินทางสู่เกาะตะรุเตา มละเกาะอาดัง ทุกวัน ภวลา 10.00 น. มละ 15.00 น. รช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที สำหรับฤดูท่องเที่ยวตะรุเตาเริ่มตั้งแต่เดือนกลางพฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนเมษายน ยดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ยทร. 0-7472-9002-3 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ 3 (ปากบารา) ยทร.0-7478-3485 ททท. สำนักงานตรัง (ตรัง,สตูล) ยทร. 0-7521-5867-8
[26 มี.ค. 2552] จำนวนเปิดอ่าน 15 ครั้ง